หลวงพ่อฤาษีลิงดำ..ยืนยัน!! อานิสงส์ชายผ้าเหลือง ของบุตรชายบันดาลให้เกิดบนสวรรค์ แม้บวชเป็นสามเณร ก็ยังพ้นแดนนรกได้ กราบสาธุ !!

Publish 2018-01-14 12:45:03



หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้ยืนยันว่า หากบิดามารดาได้เกาะผ้าเหลืองบุตรชายก็จะทำให้พ้นแดนนรกได้ ท่านได้เล่าว่า

           "..ตัวอย่างในพระสูตรที่มีมาในเรื่องของ เณรสุบิน ท่านกล่าวว่า เณรสุบินคนนี้ ปรากฏว่าบิดามารดาเป็นพรานแต่ว่าลูกชายมีจิตใจเลื่อมใสในศาสนาขององค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มีคติไม่ตรงกัน พ่อชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แม่ก็มีอารมณ์จิตเหมือนกับพ่อ แต่ว่าสำหรับลูกชายกลับเป็นคนที่มีจิตน้อมไปในกุศลในพระพุทธศาสนา หนีพ่อหนีแม่ไปบรรพชาเป็นสามเณร เป็นอันว่าพ่อแม่สามเณรไม่มีโอกาสจะพบกัน



            ต่อมาเมื่อกาลเวลาเข้ามาถึง พ่อและแม่ก็ตายจากความเป็นคนด้วยอำนาจกรรมที่เป็นอกุศล พระยายมก็สั่งคนมาเชิญไป เป็นแขกรับเชิญคือเชิญไปในขุมนรก เชิญไปในสำนักพระยายมก็สอบสวนตามความเป็นจริงว่า ทำกรรมที่เป็นอกุศลอะไรบ้าง แกก็รับทุกอย่างว่า ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตตั้งแต่สัตว์เล็กถึงสัตว์ใหญ่ อาศัยกฎของกรรมอันนี้ก็ปรากฎว่าท่านทั้งสองจะต้องลงนรก เขาจึงนำไป เมื่อนำไปแล้วตามธรรมดาสัตว์นรกที่มีกรรมที่เป็นอกุศลทั้งหมด เมื่อเข้าเขตของนรกแล้วก็ต้องลงขุมได้ทันที
            แต่ว่าบิดามารดาของสามเณรนี้ลงไม่ได้ นายนิรยบาลจึงจับโยนลงไปเข้าขุมนรก ก็ปรากฎว่ามีหวายใหญ่มารองรับเป็นหวายร่างแหรองรับเข้าไว้ ไม่ตกลงไปในนรกทำอย่างนี้ถึง ๓ วาระ คนทั้งสองลงนรกไม่ได้เพราะอะไร เพราะว่าในเมื่อพ่อและแม่เห็นแสงไฟ ก็คิดขึ้นมาในใจว่า แสงไฟนี้คล้ายจีวรของพ่อเณรน้อย เพราะว่าเณรไปบวช ทราบว่าบวชก็ไปทวงให้สึก เณรไม่สึก เห็นภาพเณรเพียงนิดเดียวเท่านั้นจิตใจนึกขึ้นมาได้ว่า เณรลูกชายของเรามีสีจีวรคล้ายเปลวไฟ เพราะไฟบางตอนมันมีสีเหลือง จิตคิดเป็นอย่างนี้ เป็นอันว่าบิดามารดาทั้งสองศรีลงนรกไม่ได้ นายนิรยบาลก็นำกลับมาสำนักพระยายมใหม่ พระยายมก็สอบถามว่า
 

“กรรมใดที่เป็นกุศลน่ะ ท่านไม่เคยทำบ้างเลยหรือ ?”

            สำหรับบิดามารดาของสามเณรก็กล่าวว่า กรรมใด ๆ ที่เป็นกุศลตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งตาย ไม่เคยทำ มีอย่างเดียวคือมีลูกชายอยู่คนหนึ่งชื่อสุบิน เธอไม่พอใจในการทำอกุศลกรรมความชั่ว สอนให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเธอก็ไม่ทำ ในที่สุดเธอก็หนีไปบวชเป็นสามเณรน้อยในพระพุทธศาสนา เป็นอันว่าท่านพระยายมก็ทราบว่า นี่บุญลูกชายบวชเณร ท่านจึงกล่าวว่า

 "ในเมื่อลูกชายบวชเณร เราสอบสวนในตอนก่อนทำไมเจ้าจึงไม่บอก..?"

 

            บิดามารดาของสามเณรบอกว่า “นึกไม่ออก เพราะกรรมที่เป็นอกุศลบัง มันกดปากเข้าไว้ บังใจไม่ให้นึกถึง” เป็นอันว่าในเมื่อพระยายมทราบอย่างนั้น จึงได้กล่าวว่า
 

"เพราะอำนาจกุศลที่ลูกชายของท่านบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา จึงเป็นเหตุบันดาลให้ลงในขุมนรกไม่ได้ ฉะนั้นท่านจงได้รับผลของกรรมคือความดีต่อไปก็หมายความว่าไปเกิดบนสวรรค์"



           นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน ท่านทั้งหลายที่มีบุตรชายบวชเป็นสามเณรก็ดี บวชเป็นพระก็ดีในพระพุทธศาสนา แม้ว่าท่านจะไม่ยินดีหรือไม่ทราบท่านก็มีอานิสงส์มาก จะนั่งเทศน์ถึงอานิสงส์ถามกันไปตอบกันมาสิ้นเวลา ๑ กัปก็ไม่จบ ฉะนั้นองค์สมเด็จพระนราสภจึงได้ทรงสรุปไว้ว่า
 

“การอุปสมบทบรรพชาในพระพุทธศาสนาย่อมเป็นปัจจัยเข้าถึงพระนิพพาน”

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่า
 

"เป็นสามัญผล" คือเป็นผลที่เสมอกัน คนที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา จะเป็นลูกผู้ดีหรือยากจนเข็ญใจเป็นลูกขอทานก็ตามทีเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนานี้ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการทรงสิกขาบท และสามารถที่จะกำหนดจิตปฏิบัติสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานได้เสมอกัน ฉะนั้นจึงจัดว่ามีอานิสงส์มาก

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ พ่อสอนลูก โดย คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงสอนลูกหลาน

หนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๑ หน้า ๔๑ - ๔๔ .,โดย...พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน .,รวบรวมจัดพิมพ์โดยคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่เวฬุวัน วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News