เค้นหาความจริง!?? ผบก.ประจวบฯ เร่งตรวจพิสูจน์ หาปืนจากหัวกระสุนฝังเบ้าตาซากช้างป่ากุยบุรี..!!

Publish 2018-01-14 12:47:10



วันที่ 14 มกราคม พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ( ผบก.ภ. )จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าหลังจากมีการผ่าพิสูจน์ซากช้างป่าอายุ 20 ปี เพศผู้ มีงา ที่หมู่ 8 บ้านพุบอน ต.หาดขาม อ.กุยบุรี พบหัวกระสุนปืนไรเฟิลชนิดหัวตัด ขนาดความยาว 3 เซนติเมตร (ชม.) ฝังในเบ้าตาซ้ายลึก14 เซนติเมตร ( ซม.) และหัวกระสุนปืนลูกซองลูกปรายเบอร์ 12 จำนวน 1 เม็ดฝังอยู่ในสะโพกด้านซ้าย ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำหัวกระสุนที่พบในเบ้าตาไปตรวจพิสูจน์ว่ายิงจากปืนชนิดใดคาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน

 

“ เนื่องจากหัวกระสุนที่พบในซากช้างสามารถยิงได้จากปืนเอ็ม 16 ปืนไรเฟิล และปืนอาก้า เมื่อทราบชัดเจนว่ายิงมาจากปืนชนิดใด ก็จะเข้าค้นบ้านเป้าหมายของกลุ่มที่ครอบครองอาวุธดังกล่าวในพื้นที่ นอกจากนั้นจะต้องติดตามเส้นทางการหากินของช้างป่าตัวดังกล่าวว่าที่ผ่านมามีลักษณะดุร้ายหรือมีการกัดกินพืชไร่ของประชาชนได้รับความเสียหายหรือไม่ หรือมีคนกลุ่มใดสูญเสียผลประโยชน์จากประเด็นอื่น หรือ ต้องการฆ่าเอางาแต่ช้างไม่ได้ตายทันที เมื่อทราบชัดเจนจากนั้นจะวางแนวทางเพื่อหาสาเหตุการตาย ขณะที่ช้างป่าอาจถูกยิงมาจากพื้นที่อื่น แต่เพิ่งพบซากหลังจากบาดเจ็บมาหลายวัน” พล.ต.ต.พัฒนา กล่าว

 



นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอกุยบุรีตรวจสอบผู้ครอบครองทะเบียนอาวุธปืนไรเฟิลทุกรายในพื้นที่ พร้อมแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหาเบาะแส เพื่อสอบสวนที่มาหาสาเหตุการตายที่แท้จริงทั้งการใช้อาวุธปืนยาวและกรณีการกินสารพิษ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์เพื่อหาข้อเท็จจริง ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้น ได้แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการเผ้าระวังปัญหาช้างป่า รวมทั้งการสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ โป่งเทียมอย่างเพียงพอ เพื่อให้ช้างกลับเข้าไปหากินในป่า ส่วนการทำรั้วกั้นช้างยืนยันว่าจะไม่มีการสร้างรั้วความยาว 40 กิโลเมตร ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่จะพิจารณาสร้างรั้วในจุดที่มีชุมชน พร้อมทำคูกันช้างตามแนวทางของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช

 



ด้าน นายสัตวแพทย์ (น.สพ.)สาโรช จันทร์ลาด หัวหน้าฝ่ายสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าเบื้องต้นสาเหตุที่ช้างตายมาจากหัวกระสุนปืนไรเฟิลที่ฝังในเบ้าตา ทำให้มีอาการอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง แต่ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นการกินสารพิษ เนื่องจากต้องรอผลการพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ภาพ/ข่าว เสกสรร จันทร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์



Suggess News