เรียกบ้ายังน้อย...ดร.สุวินัย มองธนาธร-เห็นลีน่าจัง:ต่างแต่เหมือน?!? ฟังเหตุผล-ดูวิธีชำแหละ!!! อ่านแล้วรู้ความจริงสิ่งที่มนุษย์สองคนนี้คิด???

Publish 2018-07-20 12:42:46



จากกรณีนางลีน่า จัง จรรจา  ได้เดินทางมาที่กองปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี กรณีนำเด็กและเยาวชนเข้าถ้ำหลวงขุนน้ำ นางนอน จังหวัดเชียงราย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ให้ตำรวจดำเนินคดีกับโค้ชเอก ที่เข้าไปภายในถ้ำหลวงและทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ในการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆออกมา และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติต้องเสียหายด้วยนั้น



 

 

 

       ล่าสุด รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักวิชาการ นักเขียนชื่อดัง  ได้โพสต์ข้อความถึงลีน่าจังด้วย โดยได้ระบุไปถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  นักธุรกิจ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งข้อความทั้งหมดระบุว่า

 

Suvinai Pornavalai

 

พินิจ​ ธนาธร​ พลันเห็น​ ลีน่าจัง​

ต่าง​ คือ​ เหมือน​

 

 



 

 

ธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ออกมาบอกวิธีแก้ปัญหาสามจังหวัดใต้คือ​ ให้ไล่ทหารออกจากพื้นที่

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อาจจะนึกว่าโง่​ หรือ​ อ่อนโลก​ ไม่เข้าใจปัญหาแล้วยังสะเออะออกมาเสนอหน้า... โชว์ปัญญาอันต่ำต้อย

 

แต่หลังๆอาจต้องทบทวน​ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่​ ธนาธรออกมาพูดอะไรงี่เง่าแบบนี้​ แบบที่ไม่มีนักการเมืองคนไหนกล้าแหกปากพูด

 

ย้อนไป... ทบทวน​ ธนาธรเคยบอกว่าเพราะประเทศบ่เป็นประชาธิปไตยเลยทำให้ไม่เจริญ​ ก่อนโดนอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ ตอกหน้าหงายกลับไปว่า​ มาเลยเซียหรือสิงคโปร์ก็บ่เป็นประชาธิปไตยนะจ๊ะน้อง

 

อีกไม่นาน​ ธนาธร​ ก็ถูกแกนนำสมัชชาเขื่อนปากมูลตอกกลับจนหน้าม้าน​ ประมาณ​ อย่าค้าความจน​ ก็คือไอ้ที่ออกเดินสายสร้างภาพโน่นนี่นั่นอยู่นี่ก็สร้างภาพเอาคนจนมาบังหน้าเท่านั้น

 

ไม่ได้มีความจริงใจ

 

 

เพราะนักการเมือง​ ต่อให้หน้าหนาขนาดไหนโดนด่า​ โดนแฉ​ โดนแหกระดับนี้​ ก็ต้องมียุบ​ มีถอน​ ไม่กล้าออกมาเสนอหน้าอย่างน้อยก็สักพักให้คนลืมๆไปก่อนจะออกมาเสนอหน้าอีก

 

นึกถึงใครไม่ออกให้นึกถึง​ เฉลิม​ อยู่บำรุง หรือ​ เสี่ยอ่าง​ ชูวิทย์​ พวกนี้ถ้าเงิบก็จะเงียบๆไปสักพักก็จะออกมาพล่ามอีก

 

แต่น้องธนาธรของเราไม่

 

จะเงิบ​ จะแหก​ จะหน้าแตก​ จะfail ขนาดไหนก็ยังพูดอะไรงี่เง่าๆต่อไป​ ไม่มียุบ​ ไม่มีหยุด

 

เพราะอะไร? เพราะธนาธร​ไม่ได้คิดจะมาเป็นนักการเมือง​ ไม่ได้คิดจะเติบโตทางการเมือง​ แต่ลงมาเคลื่อนไหวในพื้นที่การเมืองเพื่อจุดประสงค์อื่นที่มีอยู่แล้วตั้งแต่วินาทีแรกที่ประกาศตน

 

 

นักการเมืองไทย​จะมีนิสัยหนึ่งคืออ่อนไหวต่อภาพลักษณ์​ทางสังคมที่ปรากฏสู่สายตาชาวบ้าน​ เพราะนั่นคือฐานชี้วัดคะแนนนิยม​ โดยเฉพาะนักการเมือง​ที่ไม่มีฐานเสียงที่ชัดเจนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

 

แต่สิ่งที่ธนาธรแสดงออกมา​คือ​ กูจะพูด​ ใครจะทำไมกูไม่แคร์

 

ดูๆไปก็พลันให้เห็น​ ลีน่าจัง​ โผล่มาเต็มๆ

 

อีนี่เรียกบ้ายังน้อย​ สิ่งที่นางทำ​มนุษย์มนาที่มีสติ​ต่างก็รู้ว่าควรไม่ควร​ แต่จะด่า​ จะทำอะไร​ เข้าไปตบ​ นางก็ไม่สนใจหรอก​ เพราะโจทย์ที่ตั้งเอาไว้นั้นมันมีอยู่แล้ว​ ใครจะพูดเหี้ยอะไรคิดว่าลีน่าจังจะสนใจหรือ

 

ธนาธร​ ลีน่าจัง​ สองคนนี้ต่าง​ แต่เหมือนกัน

หน้าด้านไม่เท่าไหร่​ แต่ใจด้านนี่หนักกว่า

 

 

อะไรที่ทำให้ลีน่าจังใจด้านขนาดนี้ช่างแม่งมัน​ อีบ้าที่ไม่มีคนสนใจสักพักมันก็เหงาเฉาตายไปเอง​

 

แต่สำหรับธนาธรนั้นเฉยไม่ได้

 

ธนาธรรู้อยู่แล้วว่าด้วยรัฐธรรมนูญใหม่โอกาสจะเข้าสภาแบบดังแล้วบินเดี่ยวเหมือนชูวิทย์นั้นน้อยลง​ ธนาธรไม่ได้คิดแก้ไข​ห่าเหวอะไรอย่างที่พูดพล่ามออกมาหรอก​ ที่ทำอยู่ก็คือการใช้พื้นที่สื่ิอแสดงความคิดและการเคลื่อนไหวของตนเองให้นานที่สุดโดยชอบธรรม​

 

การเคลื่อนไหวอะไร?

 

ก็คือกระบวนความคิดแบบซ้ายตกขอบ​ ต่อต้านทหาร​ และต่อต้านอำนาจจารีต​ และอาจจะลามปามไปถึงการต่อต้านม.112​ หรือเกินเลยไปถึงสถาบันเบื้องสูงตามที่เคยเป็นมาตั้งแต่ออกทุนให้หนังสือไม่เอาเจ้าอย่างฟ้าเดียวกัน

 

ตอกย้ำและระวังกันไว้สำห​รับ​ หัวหน้าเรดการ์ดหลงยุคตกสมัยคนนี้​ เข้ามาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการประกาศอุดมการณ์ซ้ายสุดขั้วของตัวเองและกลุ่มเท่านั้น

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Suvinai Pornavalai



เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว


Suggess News