เป็นงัยล่ะชาวพุทธ!!!เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พูดเต็มปากไม่เกี่ยวสวมบัตรปชช.คนตายแต่มีคนทำให้เมื่อปี 2535# ผบก.เชียงใหม่ย้ำชัดถ้าผิดต้องสึก??

เป็นงัยล่ะชาวพุทธ!!!เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พูดเต็มปากไม่เกี่ยวสวมบัตรปชช.คนตายแต่มีคนทำให้เมื่อปี 2535# ผบก.เชียงใหม่ย้ำชัดถ้าผิดต้องสึก??

Publish 2017-10-31 16:17:47

จากกรณีอดีตผกก.บุกศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี หรือเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพฤติกรรมและหลักฐาน พบว่ามีการสวมรอยบัตรคนตาย ก่อนจะขยับฐานนะขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่าพระรูปนี้ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่เป็นคนต่างด้าวปลอมตัวเข้ามาเป็นพระสงฆ์นั้น 

 


ซึ่งพบว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอกรูปนี้ ก็คือ “เจ้าคุณนิมิต” หรือพระราชรัชมุนี ซึ่งจัดเป็นพระเกจิชื่อดังในละแวกทางภาคเหนือของประเทศไทย และมีพระเทพมังคลาจารย์ หรือ “อาจารย์สมาน”เจ้าอาวาสวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็น “พระอุปัชฌาย์” โดยพระทั้ง 2 รูปนี้ มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวอย่างมาก และที่ผ่านมาต่างฝ่ายก็ต่างผลักดัน ให้พระอีกรูปได้เลื่อนขั้น มีสมณะทางตำแหน่งสงฆ์ที่สูงขึ้นเป็นลำดับ
 

 

 



ล่าสุดภายหลังมีความคืบหน้า เมื่อพระราชรัชมุนี พร้อมทนายความ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา และรับทราบข้อหา การแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการหรือเอกสารมหาชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นหรือประชาชน

 

 


โดยพ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พระราชรัชมุนี ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าตนเป็นคนไทยแน่นอน แต่บ้านเกิดอยู่ในชุมชนที่มีการตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฏรของทางราชการ ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดท่าตอน และจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าตอน และในปี พ.ศ.2535 ได้มีพระผู้ใหญ่ชื่อ "หลวงพ่อถวัลย์" จำวัดอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพฯ ปัจจุบันได้มรณภาพไปแล้ว เป็นคนดำเนินการนำบัตรประชาชน ซึ่งมีชื่อตรงกับของตนเองทุกอย่างมาให้ และแจ้งชื่อขอเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งตนเองไม่มีส่วนรู้เห็น

 

 

ขณะที่พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากที่ผ่านมาได้มีการออกหมายเรียก และพระราชรัชมุนี ก็ได้แสดงตัวแล้ว โดยยังไม่ถึงขั้นขออนุมัติศาลออกหมายจับ ดังนั้นพระราชรัชมุนีจึงยังไม่ใช้ผู้ต้องหา ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ และไม่มีการคุมตัวไว้แต่อย่างใด โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานหาข้อเท็จจริงให้แน่นหนาชัดเจนที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธา และสังคมให้ความสนใจติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง 

 


"การดำเนินการะต้องยึดเอาความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยอยู่ในบรรทัดฐานของกฎหมาย หากผิดจริงก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อประสานนัดหมายสอบปากคำ ปลัดอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่เกี่ยวข้องกับการออกทะเบียนราษฎร์ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสอบปากคำครอบครัวของ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ซึ่งได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ เมื่อปี 2538 ที่ถูกอ้างว่าโดน พระราชรัชมุนีสวมบัตร ดังกล่าว รวมไปถึงขั้นตอนของการเก็บหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สมบูรณ์ที่สุด ท้ายที่สุดอาจจะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบดีเอ็นเอ หากรวบรวมและมีหลักฐานชัดเจนว่าพระราชรัชมุนี มีความผิดจริงก็จะต้องมีการออกหมายจับ และต้องมีการให้ลาสิกขา ออกจากความเป็นสงฆ์ตามหลักศาสนาพุทธก่อนดำเนินการตามกฎหมาย"

 

 


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า มีการสวมบัตรจริง แต่จะเกิดจากข้อผิดพลาดทางทะเบียนราษฎร์ โดยพระราชรัชมุนีไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือเป็นการทำเป็นขบวนการ หรือมีผู้เกี่ยวข้องสมรู้ร่วมคิดอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ต้องขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน โดยกำลังเร่งสำนวนขั้นตอนให้เร็วที่สุดแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายและทราบข้อเท็จจริงภายใน 1 เดือน

 

ทั้งนี้หากย้อนข้อมูลและเรื่องราวดังกล่าว ไล่ลำดับวันเวลาที่เกิดเหตุ เรื่องการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนคนตายนั้น อาจจะเป็นคำตอบชี้ชัดได้ว่า พระราชรัชมุนีมีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นหรือไม่....

 


-วันที่ 8 ตุลาคม 2560 อดีตผกก.บุกศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี หรือเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพฤติกรรมและหลักฐาน พบว่ามีการสวมรอยบัตรคนตาย

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : วงการสงฆ์สะเทือนหนัก!! อดีตผกก.แจ้งจับ 2 เจ้าอาวาสวัดดังเชียงใหม่ อ้างพบหลักฐานสำคัญ...สวมสิทธิ์บัตรปชช.คนตาย!?

 

 

-จากการตรวจสอบประวัติพบว่า พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอจ.เชียงใหม่ เคยใช้ชื่อ นิมิต ยอดคำ เกิดเมื่อ 2 เมษายน 2508 พ่อชื่ออิ่ง แม่ชื่อนามแสง สัญชาติพม่า อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ต่อมาจึงได้บวชเป็นพระ ได้ฉายา “สิขรสุวณฺโณ” นามสกุล “วุฒิชัย” ที่ “วัดท่าตอน” อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และได้ระบุในใบสุทธิ ชาติภูมิ เกิดวันที่ 14 เมษายน 2508 ณ บ้านเลขที่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

 

-เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2525 ณ วัดท่าตอน จ.เชียงใหม่ มีพระที่วัดท่าตอน เป็นพระอุปฌาชย์ กระทั่งมาขอทำบัตรใหม่และได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระราชรัชมุนี”(นิมิต ทิพย์ปัญญาเมธี) โดยทำบัตรประชาชนที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ขอทำบัตรในกรณีเป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น ซึ่งตรงกับวันที่ 24 เมษายน 2552 แต่กลับระบุวันเดือนปีเกิดว่าตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน 2513 และตรงนี้เองได้เกิดประเด็นสำคัญขึ้นมา โดยมีการร้องเรียนระบุว่าเลขประจำตัวบัตรของ “พระราชรัชมุนี” ว่าไปตรงกับสามเณรที่มรณภาพไปแล้ว

 


-จากการทำบัตรประชาชนใหม่ในปีพ.ศ.2552 จนถึงปัจจุบัน 2560 รวมระยะเวลา 8 ปี  ซึ่งต้องเกาะติดความคืบหน้าต่อไปว่าในการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนสามเณรที่มรณภาพไปแล้วนั้น มีใครอยู่เบื้องหลังและเจ้าอาวาสวัดสวนดอกจะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ