เปิดวิถีเส้นทางทำเงิน ชุมชนเลี้ยงแพะดำ-แพะพื้นเมือง ขายดีจนผลิตไม่ทัน ตัวไปจนถึงมูลแพะ มีมูลค่าทั้งสิ้น

Publish 2018-09-21 23:52:19



ที่วิสาหกิจชุมชนบ้านลำปลอก เลขที่ 159/1 หมู่ที่ 6 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายเสาขี (เสา-ขี) ทับเที่ยง อายุ 55 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เขาได้เริ่มเลี้ยงแพะดำ แพะลูกผสมและแพะพันธุ์พื้นเมืองมาตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาได้รวบรวมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในตำบลปะเหลียนเข้าด้วยกัน จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 17 คนมีแม่แพะจำนวน 284 ตัวและมีลูกแพะขายจำนวนมาก โดยเฉพาะแพะดำวังคีรีหรือแบล็คเบงกอน ที่กำลังเพาะขยายพันธุ์เพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และทนทานต่อโรค ส่วนกระดูกก็ยังออกเป็นสีเทาดำ แต่สำหรับแพะพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งมีตัวเล็กกว่า หูตั้ง คอสั้น หน้าแหลม เนื้อน้อยกว่าแต่กลับเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า เพราะขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป หรืออยู่ที่ 15-20 กิโลกรัม เหมาะสำหรับงานบุญ งานบวชและงานเลี้ยงต่าง ๆ



สำหรับลูกแพะที่ได้อายุตั้งแต่ 1-2 เดือนก็สามารถขายให้นำไปเลี้ยงต่อได้แล้ว ในราคาตัวละตั้งแต่ 800-1,000 บาท ส่วนมูลแพะยังขายได้กระสอบละ 40 บาทและยังนำไปผลิตเป็นก๊าซชีวภาพใช้ในครัวเรือนได้ด้วย โดยในช่วงกลางวันจะปล่อยให้แพะออกมาเดินเล่นในสวนยางพารา พร้อมปลูกหญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง1 ให้แพะกินได้ตลอดทั้งปีด้วย



แต่หากใครสนใจจะซื้อเนื้อแพะก็จะขายในราคากิโลกรัมละ 180 บาท ซึ่งแม่แพะ 1 ตัวจะออกลูกปีละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 2-4 ตัวอีกทั้งยังมีต้นทุนต่ำ และสามารถขายได้ราคาดีตลอดทั้งปี ซึ่งนายเสาขี ทับเที่ยง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ตนเลี้ยงแพะมาตั้งแต่ปี 2552 ปัจจุบันมีสมาชิก 17 คนมีแม่แพะจำรนวน 284 ตัวราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 180 บาทมีลูกค้าทั้งในและนอกพื้นที่และขายดีในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป แต่แพะพื้นเมืองขายดีที่สุดเพราะมีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทนิวส์ จังหวัดตรัง