จากอดีตสุดเสเพล โดนดาราหนุ่มบุกถึงห้อง สู่ แม่ชีกิ๊ก มยุริญ ย้อนชีวิตดาราสาวก่อนมาถึงวันปิดวาจา เข้าศึกษาธรรมใต้ร่มกาสาวพัสตร์

จากอดีตสุดเสเพล โดนดาราหนุ่มบุกถึงห้อง สู่ "แม่ชีกิ๊ก มยุริญ" ย้อนชีวิตดาราสาวก่อนมาถึงวันปิดวาจา เข้าศึกษาธรรมใต้ร่มกาสาวพัสตร์

Publish 2018-10-08 11:22:27


 

 

    ถือเป็นนักแสดงมากฝีมืออีกท่านหนึ่งที่อยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี สำหรับ  กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ที่ตอนนี้เธอได้ละทางโลก เดินทางไปบวชชี ยังประเทศพม่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา

 

   ทั้งนี้เป็นที่รู้กันในวงการบันเทิงว่าแม่ชีกิ๊ก ก่อนออกบวชชีนั้นชื่นชอบการทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ พร้อมตั้งใจว่าในชีวิตจะขอบวชชีสักครั้ง โดยกำหนดในการบวชชีของกิ๊ก นั้นตั้งใจจะบวชเป็นระยะเวลา 7 เดือน ซึ่งก่อนหน้าที่จะบวชนั้นเธอได้ขอเวลาสะสางเรื่องที่ค้างคารวมถึงการทำพินัยกรรมให้คุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาว เนื่องด้วยกลัวว่าเธอนั้นอาจจะตัดสินใจบวชต่อโดยไม่มีกำหนดลาสิกขา 

     ล่าสุดทางแฟนเพจเฟซบุ๊กของ กิ๊ก มยุริญ ได้ออกมา โพสต์ความคืบหน้าในการปฎิบัติธรรมในฐานะแม่ชีเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2561 เผยให้เห็นการออกเดินบิณฑบาตของแม่ชีกิ๊ก กับเหล่าแม่ชี ท่านอื่นๆ ที่ประเทศพม่า พร้อมระบุข้อความว่า...

 

 

     "การรักษาศีล หรือ สีลมัย คำว่า ศีล หมายถึง ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘ หรืออาจจะหมายถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การรักษาศีลเป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการลด ละ เลิกความชั่ว มุ่งให้กระทำความดี อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตมิให้ตกต่ำลง เช่น ไม่ไปเป็นชู้เป็นกิ๊กกับใครที่ทำงาน ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก
 
   เป็นแม่ค้าไม่โกหกหลอกขายของไม่ดีแก่ลูกค้า เป็นพ่อบ้านไม่กินเหล้าเมายา ทำให้ลูกเมียมีความสุข เพื่อนบ้านก็สุข เพราะไม่ต้องทนฟังเสียงรบกวนจากการทะเลาะวิวาทกัน เหล่านี้ล้วนเป็นการรักษาศีลและเป็นหนึ่งในการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเยือกเย็น สุขุมด้วย

     การเจริญภาวนา หรือภาวนามัย เป็นการทำบุญอีกรูปแบบที่มุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา ทำให้จิตใจสงบ เห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ซึ่งในข้อนี้หลายคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น นั่งสมาธิ วิปัสสนา
 
     แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินกำลัง ดังนั้น อาจจะทำง่ายๆ ด้วยวิธีการสวดมนต์เป็นคาถาสั้นๆบูชาพระที่เราเคารพบูชาก่อนนอนทุกคืน การสวดมนต์เป็นประจำอย่างน้อยก็เป็นการน้อมนำจิตใจของเราไปสู่สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ และผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ "

   หลังจากข้อความนี้ถูกโพสต์ออกไปทำให้ชาวเน็ตหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมร่วมอนุโมทนาบุญกับการสร้างกุศลครั้งใหญ่นี้กับแม่ชีกิ๊ก ด้วย

 



   

 

     หลายคนคงรู้ว่าแม่ชีกิ๊ก นั้นเป็นคนชอบทำบุญแต่จุดเปลี่ยนของแม่ชีกิ๊ก ที่ต้องหันหน้าเข้าหาธรรมะนั้นเป็นเรื่องน้อยนักที่คนที่ไม่ได้ติดตามแม่ชีกิ๊ก จะรู้ว่าเกิดขึ้นเช่นไร โดยเรื่องนี้หากย้อนไปในเดือนมิถุนายน 2561 แม่ชีกิ๊ก เคยไปออกรายการคุยแซ่บ Show ซึ่งมีตอนหนึ่งที่แม่ชีกิ๊ก เผยว่าชีวิตวัยรุ่นนั้นมีความเสเพลมาก เริ่มกินเหล้าตั้งแต่อายุได้ 18 - 19 ปี ทั้งตอนถ่ายละครที่กาญจนบุรีก็กินเกือบทุกวัน จนหวิดจะขับรถประสานงามาแล้ว

 

     และทุกครั้งที่กินเหล้าติดต่อกันหลายวัน ร่างกายของแม่ชีกิ๊ก จะประท้วง มีอาการน้ำมูกไหล ปวดหัว เป็นไข้ เหมือนจะคอยส่งสัญญานเตือนตลอด แถมยังเคยเมาจนมีดาราชายเข้ามาปล้ำในห้องก็ยังมี  เนื่องจากช่วงนั้นทางแม่ชีกิ๊ก ต้องไปถ่ายละครต่างจังหวัดบ่อยๆ ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่ในตอนนั้นสามารถหนีออกมาได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้แม่ชีกิ๊ก ถือว่าเป็นเรื่องของบุญเก่ายังมีจึงไม่ถูกปล้ำ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองมาตลอด

 

     แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตแม่ชีกิ๊ก จริงๆ อยู่ในตอนอายุ 23 ปี ในตอนนั้นทางแม่ชีกิ๊ก ได้เดินทางไปปฎิบัติธรรมครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกคุณแม่ของแม่ชีกิ๊กเป็นผู้บังคับให้ไป ส่วนครั้งที่ 2 หมอดูบอกให้ไปโดยก่อนหน้ามีการทักแม่ชีกิ๊ก ก่อนว่าหากไปเที่ยวเมืองนอกอาจไม่ได้กลับมาให้เปลี่ยนเป็นการไปปฎิบัติธรรมแทน และถือเป็นเรื่องบังเอิญว่าวันที่ลางานของแม่ชีกิ๊ก ตรงกับวันที่จะไปปฏิบัติธรรมก็เลยเลือกเป็นธรรมะจัดสรร แทนการไปเที่ยว ครั้งนั้นก็เป็นวันที่เปลี่ยนชีวิต
ของแม่ชีกิ๊ก ไปเลย



 

 

    ส่วนในชีวิตบั้นปลายทางแม่ชีกิ๊ก ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนออกบวลชว่าหากไม่ได้ออกบวชเป็นแม่ชีตลอด ก็ขออยู่ในสำนักปฎิบัติดูแลผู้ปฎิบัติธรรม เพราะจิตใจของแม่ชีเดินทางมาสายบุญอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งแม่ชีกิ๊ก นั้นมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ช่วยให้ผู้ที่มาปฎิบัติธรรม ได้เจริญก้าวหน้าทางธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปกว่าเดิม 

   หลังจากมีการออกบวชปฎิบัติธรรมไปได้สักระยะได้มีหลายคนสังเกตว่าชุดของแม่ชีกิ๊ก ที่ประเทศพม่าเหตุใดจึงต้องเป็นสีออกส้มๆ ไม่เหมือนแม่ชีทั่วไปในประเทศไทย โดยเรื่องนี้ทางแม่ชีกิ๊ก ได้ให้ แอดมินเพจ ที่ดูแลแม่ชีอยู่ในตอนนี้เป็นผู้ออกมาเผยว่า ทางฝั่งของประเทศพม่านั้นจะมีการแต่งกายของแม่ชีในชุดสีออกทางส้มๆ ไปจนถึงสีชมพู คือมีสองสีนั่นเองต่างจากชุดแม่ชีทางฝั่งไทยที่มีชุดสีขาวสีเดียว จนหลายคนคลายความสงสัยในเรื่องของชุด

 

 

    แม่ชีกิ๊ก ในตอนที่ยังไม่บวชนั้นถือได้ว่าเป็นนักแสดงที่มีผลงานการแสดงส่วนใหญ่รับบทเป็นนางร้ายในระยะแรกๆ ถือว่าเป็นบุคลิกการแสดงติดตาแฟนหลายคน และขยับมารับบทเป็นเพื่อนนางเอกในระยะต่อมา จากนั้นจึงเริ่มผันมารับบทดีสลับไปด้วย จากลุคที่เปลี่ยนไป ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบทบาทในซิตคอมเรื่อง เป็นต่อ ทำให้เป็นที่จดจำของคนดูส่วนใหญ่ ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระ ที่ได้รับการยอมรับด้านฝีมือการแสดงและมีผลงานการแสดงหลากหลายบทบาท

   แม้ในตอนนี้แม่ชีกิ๊ก จะขอปิดวาจา เดินหน้าศึกษาธรรมมะอย่างจริงจัง ด้วยจิตใจบริสุทธิ์ หาได้ยากในยุคสมัยใหม่ ว่าจะมีผู้ที่ทุ่มเทให้การปฎิบัติธรรมได้เช่นแม่ชีกิ๊ก อย่างไรก็ตามแฟนคลับที่ติดตามผลงานของแม่ชีกิ๊ก ก็ยังคงรอคอยเสมอที่จะเห็นผลงานในวงการบันเทิงของแม่ชีกิ๊ก เมื่อลาสิกขา ออกมา

 

ขอบคุณภาพจาก เพจ  Kik Mayurin

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย

ติดตามข่าวอื่นๆ