จบดราม่าเสียงระฆัง ตอนนี้ร้อนฉ่าเลย เขาเป็นใคร“ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์”KTBS ที่มาฉายา"วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง”?

Publish 2018-10-17 10:56:23



บ่มเพาะโปรไฟล์มาระยะหนึ่ง  หลังจากบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ออกมาเปิดแถลงข่าวใหญ่  เปิดตัวนายวิน อุดมรัชตวนิชย์ เป็นประธานกรรมการบริหารคนใหม่ หลังจากย้ายข้ามห้วยมาจาก  บลจ.วรรณ เมื่อ 1 มิ.ย.2559 พร้อมกับเข้าถือหุ้นใน KTBST สัดส่วน 25% ส่วนที่เหลืออีก 75% เป็นของบริษัท เคทีบี อินเวสต์เมนท์ แอนด์  ซิคิวริตี้  พร้อมประกาศชัดแผนงานในการยื่นอุทธรณ์   คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่พักใบอนุญาตที่ปรึกษาทางการ ก่อนผลักดันบริษัทเติบโตและไปสู่เป้าหมายการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 3-5 ปี



วิน อุดมรัชตวนิชย์

 

ล่าสุดมีข่าวร้อนๆ ปรากฎบนหน้าหนังสือพิมพ์"ฐานเศรษฐกิจ"เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ KTBS อีกครั้ง  มีใจความสำคัญว่า "ตกใจจนเกือบตกเก้าอี้... เมื่อได้ยินข่าวว่า “บมจ.หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)” หรือ “KTBS” เตรียมตัวจะยื่น filing กับ ก.ล.ต. เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และระดมทุนกับประชาชนทั่วไป

 

ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอลำดับเรื่องราวที่มาที่ไปของบริษัทหลักทรัพย์ที่ชื่อ “KTBS” ให้ท่านผู้อ่านทราบเสียก่อน   “KTBS” เดิมจดทะเบียนครั้งแรกในปี 2540 ภายใต้ชื่อ “บล. ธนสยามฯ” ต่อมาภายหลังจากวิกฤติต้มยำกุ้ง “กลุ่มเสี่ยมั่นสิน ชัยวิกรัย” เจ้าพ่อสิ่งทอจึงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดและเปลี่ยนชื่อเป็น “บล. ฟาร์อีสท์ฯ”  ในปี 2551 จึงมีการเปลี่ยนมืออีกครั้งให้กลุ่ม “KTB ประเทศเกาหลี” เข้ามาถือหุ้นใหญ่ และสุดท้ายด้วยสภาวะขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี จึงมีการขายหุ้นบางส่วนให้ “ดร.วิน” เข้ามาร่วมบริหาร

 

หากกล่าวถึงชื่อ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ผู้คนในแวดวงตลาดทุนต่างเคยชินกับภาพการเป็นผู้จัดการกองทุน “คนรุ่นใหม่” อย่างแนบเนียน ภาพลักษณ์ผู้ซึ่งผ่านบทบาทการเป็นอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินที่ University of Missouri-Columbia สหรัฐอเมริกา  จากนั้นจึงเข้าสู่แวดวงตลาดทุนด้วยการสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจกองทุนรวม (Wealth Mangement) ทั้งจากธนาคารไทยพาณิชย์ บลจ.กสิกรไทยฯ  บลจ.แอสเซท พลัสฯ  ซึ่งมีโอกาสได้เรียนรู้วิชาจาก “ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ต่อจากนั้นได้ไปร่วมงานกับเครดิตสวิสที่ฮ่องกง แล้วจึงกลับมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ที่บลจ.วรรณฯ จากการชวนของ “มนรัฐ ผดุงสิทธิ์”

 

จนเมื่อ 2 ปีก่อน ในเดือนมีนาคม 2559 “ดร.วิน” จึงคิดการใหญ่ “Go Big Or Go Home” เข้าร่วมทุนกับกลุ่มทุน KTB ประเทศเกาหลีใต้ ในสัดส่วน 25% ต่อมาเพิ่มอีก พร้อมดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “บมจ. หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)”  ด้วยการเปลี่ยนงาน ย้ายค่าย แปรสำนักบ่อย “ผู้บริหารหนุ่มช่างฝัน” รายนี้จึงได้เคล็ดวิชามากมายร้อยเล่มเกวียนทั้งด้านสว่างและด้านมืดจนล่าสุดกับข้อครหาฉาวเกี่ยวกับยุทธการ “วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง” หรือไม่?  ของ “ผู้บริหารหนุ่ม” รายนี้ที่แพร่สะพัดเพื่อรอการตรวจสอบ

 

 



เนื่องด้วยเหตุ “การผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ B/E หรือ ตั๋วแลกเงินระยะสั้น” ในตลาดทุนเมื่อ 18 เดือนก่อน ส่งผลให้ระบบทุนหมุนเวียนระยะสั้นเกิดวิกฤติขาดสภาพคล่องไปทั้งระบบ บริษัทมหาชนในประเทศไทยมากมายตกอยู่ในสภาวะ “ชอร์ต” หลังถูกเรียกคืนเงินกู้ และนี่คือ “โอกาส” สำหรับผู้ที่ฉวยเอาไว้?

 

วิน อุดมรัชตวนิชย์

 

มี “บริษัทหลักทรัพย์” (บล.) และ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม” (บลจ.) มากมายขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามกลไกตลาดที่เปลี่ยนแปลงและตามค่าความเสี่ยงที่สูงขึ้น แต่สำหรับ “KTBS” ของ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ดอกเบี้ยที่คิดลูกค้าและดอกเบี้ยบนหน้าตั๋วอาจไม่เท่ากัน เช่น คิดดอกเบี้ยลูกค้า 15% แต่จ่ายเข้าบริษัทเพียง 8% และ อีก 7% จ่ายสดเข้า “กระเป๋าส่วนตัว” ของใครบางคน?!! …และบางกรณีมิหนำซ้ำยังคิดค่าดำเนินการปากถุงด้วยอีก 2-3%

 

กลัวไม่รวยหรือไงพ่อคุณ?… หรืออยากถอนทุนไวๆ จากการลงทุนในนามส่วนตัว?… อย่าลืมนะเจ้าคะว่ามีผู้ถือหุ้นอื่นๆ อีกกว่า 70% ในชื่อ “เคทีบี อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ซิคิวริตี้” ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังดีๆ… ฝากกรรมการบริษัทเช่น “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีต รมว.คลัง เจ้าของฉายา “White lie” หรือ “โกหกสีขาว” กรณีเงินกู้โปะจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท และ “จอง คยู คิม” ตรวจสอบพฤติกรรม CEO รายนี้หน่อยนะเจ้าคะ

 

กิตติรัตน์ ณ ระนอง

 

ในเมื่อความโปร่งใสของผู้บริหารยังไม่ชัด ในเมื่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คือการกระจายหุ้นสู่สาธารณะเพื่อใช้เงินของประชาชน หวังว่า “ก.ล.ต.” คงคิดดีๆ ก่อนอนุมัติให้ “KTBS” เข้าตลาดหลักทรัพย์… ดิฉันกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เช่นเดียวกับกรณีของ “บงล.ไทยฟูจิฯ” และ “ธนาคารกรุงไทย” ที่สุดท้ายมีคนต้องติดคุกเพราะการทุจริต

 

 

ความอัปยศของคดี “เงินทอนวัด” อาจไม่ได้มีเฉพาะแวดดวงผ้าเหลือง เมื่อ “กิเลส” ไม่เคยหลับใหล เมื่อคนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถต่อกรกับความโลภในจิตใจตน จึงไม่แปลกที่เรื่องพรรค์นี้จึงไม่เคยหายไปจากสังคมไทยและตลาดทุน  “วิน” แปลว่า “ชัยชนะ”  แต่การชนะที่มีมลทินและไม่สุจริตนั้นหาใช่ชัยชนะที่แท้จริงไม่นะหลาน  แต่ใช่ว่าปมลึกปมลับของ "มัคทายกตลาดหุ้น" รายนี้จะจบ ตอนหน้ายังมีรายละเอียดต้องคอยดูจะถึงขั้นไหน!!

 

ที่มาคอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม