เฮียบู๋ วิเคราะห์ทะลุ ทำไมไทยถึงแพ้จีน ชี้ ตัดสินใจพลาดนิดเดียว นำมาซึ่งความปราชัย(คลิป)

Publish 2019-01-21 11:50:13


    การเเข่งขัน ฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม  อัล ไอน์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 (ตามเวลาประเทศไทย)  ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติจีน  โดยเเมตช์นี้ ช้างศึก  ไม่มี สุพรรณ ทองสงค์,อดิศร พรหมรักษ์ ติดโทษเเบน และ อดิศักดิ์ ไกรษร ดาวยิงคนสำคัญ ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์


เฮียบู๋ วิเคราะห์ทะลุ ทำไมไทยถึงแพ้จีน ชี้ ตัดสินใจพลาดนิดเดียว นำมาซึ่งความปราชัย(คลิป)

 


     เกมนี้ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หมดสิทธิ์ใช้บริการของ อดิศร พรหมรักษ์ และ สุพรรณ ทองสงค์ ที่ติดโทษแบน รวมถึง สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยระบบการเล่นยังคงเดิม นำโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา รวมถึง ศุภชัย ใจเด็ด ที่ได้ออกสตาร์ทในเกมนี้    ส่วน จีน ของ มาร์เซลโล ลิปปี้ เกมนี้นำมาโดย เจิ้ง จื้อ กัปตันจอมเก๋า และ อู๋ เล่ย สตาร์ตัวเก่ง

 

 

 

   เปิดฉากครึ่งเเรก ผ่านไปถึงนาทีที่ 31 ทีมชาติไทยมาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุมที่แนวรับจีนสกัดมาเข้าทาง ธีรศิลป์ แดงดา พักให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ยิงสวนไปเข้าทาง ศุภชัย ใจเด็ด เก็บบอลแล้วกลับตัววอลเลย์เข้าไปให้ช้างศึกนำก่อน 1-0 จบครึ่งเเรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

 

 

 




 ครึ่งหลัง นาทีที่ 67 จีนมาได้ประตูตีเสมอ เจิ้ง จื้อ เปิดเข้ากลาง และเป็นตัวสำรอง ที่เพิ่งลงมาอย่าง เซียว จื้อ ที่โหม่งจังหวะแรกไปติดเซฟ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และซ้ำอีกครั้งเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1   จากนั้นอีก3 นาที  จีนมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ไปเข้าบอลทำฟาวล์หนัก ใส่ เซียว จื้อ และเป็น เก้า หลิน ที่ยิงเข้าไป  ช่วยให้ ทีมชาติจีน แซงขึ้นนำเป็น 2-1

 

 

 

  เวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ หมดเวลา 90นาที  ทีมชาติไทย พ่าย จีนไปอย่างน่าเสียดาย 1-2  ยุติเส้นทางในเอเชียนคัพ 2019 ไว้ที่รอบ 16ทีมสุดท้าย  ส่วน จีน ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะพบกับ ผู้ชนะ ระหว่าง อิหร่าน หรือ โอมาน โดยจะแข่งขันกันที่สนาม โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด ในกรุงอาบูดาบี วันที่ 24 มกราคม 2562 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

 

โดยล่าสุด ทัศนะจาก บอ.บู๋ ผู้สื่อข่าวสายกีฬาชื่อดังได้ออกมาโพสต์ข้อความดังนี้ 

 

สิ่งที่เห็นจากเกมที่ทีมชาติไทยพ่ายแพ้ทีมชาติจีนอย่างน่าเสียดายในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชี่ยน คัพ

1. ตามเชิงก่อนแข่งถือว่าไทยเป็นรองคู่แข่งพอสมควรนะครับ ทั้งชื่อชั้น ศักดิ์ศรี คุณภาพผู้เล่น และสถิติที่เคยเซิ้งกันมา แต่ปรากฏว่าครึ่งแรกเหมือนเราเจอจีนตัวปลอมที่มาจากเซิ่นเจิ้น เพราะพวกเขาเอาแต่สาดบอลยาวเข้าใส่ซะอย่างนั้น

บอลโยนของจีนไม่ค่อยน่ากลัวสักเท่าไหร่ กดดันเกมรับของเราไม่ได้เลย เท่านั้นไม่พอ พลพรรคช้างศึกยังหาจังหวะตอบโต้แบบได้น้ำได้เนื้อ แถมชิงจังหวะขึ้นนำได้อีกต่างหาก

ครึ่งแรกถือว่าทำได้ไฉไลเกินคาด เกมรับก็เอาอยู่ เกมรุกก็ทำประตูได้ ว่าแล้วท่านผู้ชมทางบ้านชาวไทยก็แอบยิ้มอย่างมีเลศนัย อิอิอิ

2. ครึ่งหลังดันกลับตาลปัด เมื่อรูปเกมเราเป็นรองแบบสุดกู่ ซึ่งมีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ

หนึ่งคือ มาร์เซโล่ ลิปปี้ กุนซือทีมมังกรแก้เกมมาดี ด้วยการให้ลูกทีมเปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากการหลับหูหลับตาโยนยาวมาเป็นการต่อบอลทำชิ่ง โดยพยายามเน้นการครองบอลมากขึ้นแล้วเจาะตามช่องสลับกับการครอสส์เข้ามาจากด้านข้าง แถมบางจังหวะก็บอมบ์ใส่อาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่ให้ได้เปรียบ

หนึ่งคือตามธรรมชาติของทีมนำที่ฟอร์มการเล่นเป็นรอง จึงหันมาเน้นเกมรับด้วยการถอยลงไปปิดพื้นที่หน้าประตูให้หนาแน่นเปิดโอกาสให้คู่แข่งครองบอลมากขึ้น

3. ขณะที่ยังนำอยู่ 1-0 แล้วโดนบุกหนัก โค้ชทีมชาติไทยตัดสินใจถอด ศุภชัย ใจเด็ด ที่เล่นได้ดีออก เข้าใจว่าเพราะมีมบเหลืองติดตัวจนอาจกลัวว่าจะถูกไล่ออก

แต่แทนที่จะส่งมิดฟิลด์อย่าง ปกเกล้า อนันต์ ลงมาช่วยแพ็คเกมในแดนกลางแล้วทิ้ง 'มุ้ย' เป็นกองหน้าตัวเดียวกลับส่งกองหน้าอย่าง ชนานันท์ ป้อมบุปผา ลงมาแทน ทั้งที่นาทีนั้นเราถูกบุกกระหน่ำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่จำเป็นต้องมีหน้า 2 ตัวก็ได้

4. หลังจากแคล้วคลาดมาหลายจังหวะ ในที่สุดไทยก็โดนตีเสมอจนได้ เพราะเคลียร์บอลกันไม่ขาด จังหวะสองตกเป็นของจีนหมด

ทำนบแตกไม่พอ ดูเหมือนสติของเราจะแตกด้วย แถมไปเสียอารมณ์กับการถูกตีเสมอมากเกินไป โมเมนตั้มเหวี่ยงกลับอย่างรุนแรง ซึ่งคู่แข่งฉวยโอกาสที่นักเตะพันธุ์ปลาแดกเสียกระบวนบดบี้ต่อทันทีจนนำมาซึ่งประตูนำ 2-1 จากจุดโทษที่กองหลังโฉ่งฉ่างไปหน่อย

5. แม้จะขึ้นนำ แต่จีนยังครองเกมเหนือกว่าพลางบุกอย่างต่อเนื่อง หวังกดดอกที่ 3 เพื่อฝังเราให้สนิท ต่อเมื่อทำไม่ได้ช่วงท้ายเกมจึงเริ่มออกอาการเกร็งบ้าง เพราะการนำแค่ลูกเดียวยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

ช่วง 6-7 นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ ไทยจึงกลับมาเป็นฝ่ายรุกไล่ เพราะคู่แข่งถอยไปตั้งรับ เพื่อรักษาสกอร์

นาทีนั้นยังเหลือโควต้าเปลี่ยนตัวอีก 1 คน ผู้เป็นโค้ชสามารถถอดกองหลังที่มี 3 ตัว ออกไป 1 ตัว เพื่อส่งกองหน้าอย่าง 'ปีโป้' ลงมาเสริม หรือส่งมิดฟิลด์ตัวรุกที่มีความสามารถในการทำลายตาข่ายลงมาก็ได้ เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

หรือไม่ก็ควรขยับกองหลังที่เล่นลูกเซ็ตพีซได้ดีอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ ขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าก็ได้

แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเสี่ยงทำอะไรแบบนั้น ปล่อยให้โควต้าสำรองตัวที่ 3 เสียไปฟรีๆ

ส่งลงมาแล้วอาจตีเสมอไม่ได้ หรืออาจเสียประตูเพิ่ม แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะครับ เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

แพ้จีนไม่น่าเสียใจหรอกครับ เพราะคุณภาพกับมาตรฐานของเขาสูงกว่าเราอยู่แล้ว แต่มันน่าเสียดายที่การตัดสินใจที่ผิดพลาดนิดเดียวนำมาซึ่งความปราชัย ว่าแล้วขอให้เอาไปเป็นบทเรียนสอนใจก็แล้วกัน

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ