ชีวิตคู่ไปไม่รอด ครูรัก ศรัทธา เซ็นใบหย่าภรรยาอายุห่าง24ปี พ้อสงสารลูกจับใจ

ชีวิตคู่ไปไม่รอด ครูรัก ศรัทธา เซ็นใบหย่าภรรยาอายุห่าง24ปี พ้อสงสารลูกจับใจ

Publish 2019-03-12 15:49:26


ถือเป็นข่าวช็อกของวงการบันเทิงเมื่อ ครูรัก ศรัทธา  ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กได้เซ็นใบหย่ากับ ตู่ ดวงหทัย ภรรยาที่อายุห่างกันถึง 24 ปี หลังคบหากันมานาน 8 ปี เเละมีลูกด้วยกัน1คน ระบุข้อความว่า " เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว เมื่อมีแล้วก็หวังที่จะอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต แต่เมื่อมีปัญหา ก็ใช้ความรักความเข้าใจ ความอดทนเสียสละ แก้ไขคลี่คลายมาโดยตลอด มาถึงวันนี้ 8ปีแล้ว เราทั้งคู่เห็นตรงว่ามันมาสุดทางของเราแล้วจริงๆ... การแยกทางกัน คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพื่อโอกาสในการพบคนและสิ่งที่เหมาะสมสำหรับเราทั้ง2คน ที่จะทำให้เราต่างมีความสุข...เหลือไว้เพียงความทรงจำที่สวยงาม และการทำหน้าที่ของพ่อ-แม่ให้ดีที่สุดเพื่อลูก เพราะถึงแม้เราจะไม่ได้รักกันแบบเดิมอีกต่อไป แต่เราก็มีหัวใจดวงเดียวกัน นั่นคือลูกของเรา..
 



 

ขอขอบคุณในความหวังดี คำแนะนำต่างๆของคนที่พอทราบเรื่องมาก่อนนี้ รวมถึงการแสดงความเสียใจกับผมนะครับ ซึ่งตอนนี้มันก็เลยจุดที่เสียใจที่สุดมาแล้ว หนักๆเลยสำหรับผมก็คือสงสารลูก แต่ชีวิตผมก็ต้องเดินต่อเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเค้า และเพื่อตัวผมเอง..
ป.ล. ยังจำความสุขสนุกสนานในวันแต่งงานและทุกคนที่มาร่วมงานได้ดี ..ขอบคุณนะครับ

 



ต่อมาครูรักได้โพสต์ข้อความอีกว่า " ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะครับ ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้ว..อันนี้มีประโยชน์นิดๆ..เมื่อ6เดือนที่แล้ว เป็นช่วงที่มีทุกข์ จิตตก เสียใจ วนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลาด้วยเรื่องของครอบครัว ที่ต้องจบความสัมพันธ์กัน ต้องเลิกรากัน.. มันทำให้ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากทำงาน ไม่อยากดูหนังดูละคร ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากพบปะเจอใคร บางวันนอนร้องไห้... และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หมดความภูมิใจในทุกเรื่อง

 

 

 

เพราะคิดว่าการประคองครอบครัวให้ตลอดรอดฝั่งไม่สำเร็จ คือความล้มเหลวที่รุนแรง สงสารลูกมากๆ บางครั้งมีความคิดแวบๆเข้ามาว่าไม่อยากอยู่ แต่ต้องอยู่เพื่อลูก.. ตั้งสติ คิดทบทวน ..ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อาจมีอาการซึมเศร้ารุนแรงได้ ไม่ควรแล้ว เลยลุกมาตั้งหลักใหม่ เริ่มจากการตั้งคณะละคร”นกกระจิบของพ่อ” ที่เคยตั้งใจจะทำตอนไปบริจาคตังค์ให้มูลนิธิบ้านพระพรว่าจะทำละครเวทีมาเล่นให้เด็กๆได้ดูทุกเดือน เราก็เขียนบท กำกับ แต่งเพลงละครเด็ก ได้มีอะไรทำตามถนัดอย่างมีความสุข...

 

 

พอไปเล่นให้เด็กดูแล้วเด็กชอบ เค้าสนุก เราก็มีความสุขไปด้วย เด็กๆมากอดมาเล่นด้วย จำเราได้ และรอคอยละครเรื่องต่อไป ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า สามารถช่วยเหลือคนอื่นที่ทุกข์กว่าเรา ด้อยโอกาสกว่าเราได้ มันทำให้จิตใจดีขึ้นเยอะ อีกทั้งเห็นคนที่มาร่วมงานคณะละครด้วยจิตอาสา โดยไม่รู้จักไม่เคยเจอกันมาก่อน เค้ามาช่วย และได้ความสุขจากการให้ร่วมกัน ก็ยิ่งมีความสุข ..ความภูมิใจในคุณค่าของตัวเองได้กลับมาอีกครั้ง ความคิดที่วนเวียนกับความเสียใจก็หายไปอย่างรวดเร็ว... ตอนนี้ พร้อมที่จะรับมือ และก้าวต่อไปอย่างดีที่สุด เพื่อลูก .. เผื่อท่านใดอ่านแล้ว ได้ข้อคิดอันเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ขอบคุณครับ..


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์