หนิง ปณิตา เปิดใจเล่าสาเหตุวูบหมดสติคาบ้าน น้ำตาไหลขยับตัวไม่ได้

"หนิง ปณิตา" เปิดใจเล่าสาเหตุวูบหมดสติคาบ้าน น้ำตาไหลขยับตัวไม่ได้

Publish 2019-03-15 11:25:30


ทำเอาหลายคนตกใจอย่างมาก เมื่อมีภาพของ หนิง ปณิตา ถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพบาดเจ็บ และมีสามีอย่าง จิน ธรรมวัฒนะ อยู่เคียงข้างคอยดูแลไม่ห่าง โดยสาเหตุที่หนิง ปณิตา ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนนั้น เป็นเพราะมีอาการเครียดสะสม ไมเกรนกำเริบ จนวูบหมดสติขณะอ่านบทละครเรื่อง โซ่เวรี ที่ตัวเองกำลังผลิตป้อนให้กับช่อง 7 HD ที่บ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ 



โดยเพื่อนสนิทของหนิงเปิดเผยว่า เจ้าตัวทำงานหนักจนวูบหมดสติคาบ้าน จนสามีต้องหามส่งรพ.โดยด่วนกันเลยทีเดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า อาการจากการล้มหน้ามืดในครั้งนี้ ทำให้หนิง ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก แต่ล่าสุดคือปลอดภัยแล้ว แต่แรงกระแทกทำให้กล้ามคอและไหล่ขวาอักเสบ ทันทีที่ทราบข่าว เป้ยปานวาดก็ตรงบึ่งไปรพ.อย่างเร่งด่วน

 
ต่อมาช่างแต่งหน้าชื่อดังอย่าง "น้องฉัตร" ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่สาวคนสนิท พร้อมกับโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่พยาบาลกำลังพยุงหนิง ซึ่ง หนิง ปณิตา มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี แสดงอาการเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน พร้อมกันนี้ น้องฉัตร ยังเขียนข้อความบรรยาย ระหว่างที่ตนเองได้ดูแลหนิงที่โรงพยาบาลด้วยว่า  "สงสารพี่หนิงจัง หายไวๆ นะครับ รักที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็จะอยู่ข้างๆ ตลอดไป พี่หนิงคือพี่ดีที่สุด อย่าเครียดนะ ต้องดูแลรักษาตัวเองให้หายก่อน เป็นห่วงจากใจจริงๆ ครับ” 


ขณะที่จิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของ หนิง ปณิตา ได้โพสต์ภาพอัปเดตอาการของภรรยา ว่าตอนนี้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว โดยภาพที่โพสต์เป็นภาพที่ลูกสาว น้องณิริน ทำหน้าที่เข็นรถผู้ป่วยให้คุณแม่ด้วยตัวเอง และยังเขียนข้อความบรรยายด้วยว่า "เมื่อวานรับกลับบ้านพ่อไม่ต้องเข็นเลย ลูกโตแล้วเข็นให้แม่สบาย" ถือเป็นภาพที่อบอุ่น เมื่อลูกดูแลแม่ 

 

อ่านข่าว : "น้องฉัตร" ช่างแต่งหน้าชื่อดัง เข้าเยี่ยม "หนิง ปณิตา" คอยดูแลไม่ห่าง (คลิป)

อ่านข่าว : "หนิง ปณิตา" อาการป่วยดีขึ้น "น้องณิริน" ลูกสาว อาสาเข็นรถพากลับบ้าน ดูแลแม่ไม่ห่าง



ล่าสุด หนิง ปณิตา ได้เปิดใจ เล่าถึงอาการวูบหมดสติ จนต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

 

โดยเจ้าตัวบอกว่า คือต้องยอมรับว่าทำงานเยอะค่ะ คือวันก่อนหน้าที่จะล้มหมดสติไป ไม่ได้นอนมาประมาณ 2 คืน ตอนกลางวันนั่งคุยกับคนเขียนบท พอตกกลางคืนก็ต้องนั่งตรวจบท ก็ดูไปดูมาเรื่อยๆ แล้วเวลากลางคืนจะเป็นเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุด เพราะกลางวันเราต้องอัดรายการ ดูแลบ้าน ดูแลลูก แล้วก็เอาลูกเข้านอนอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นจึงเลือกทำงานกลางคืน แล้วตอนเช้าเราก็ต้องมาทำงานอีก ก็เกิดจากการที่เราพักผ่อนน้อย แล้วก็เครียดเรื่องงานด้วย


ถึงขนาดเกิดการล้มลงไปเลย จริงหรือเปล่า?

หนิง : "ใช่ค่ะ ก็วูบแล้วก็ลงไปเลย แต่เกิดอาการน็อก แล้วก็หัวฟาดเบาะ คือตอนที่มันล้มลงไปเนี่ย มันเหมือนหน้ามืด มันจะเป็นเหมือนดำๆ แว้บนึง แล้วก็ลงไป ซึ่งมันโชคดีที่มันยังมีเบาะนิ่มๆ รองรับอยู่ แล้วก็พอลงไปเสร็จปุ๊บ เราก็ไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหน แล้วพอตอนที่มารู้สึกตัวอีกทีก็คือ เหมือนนอนอยู่บนอะไรสักอย่าง แล้วจะขยับตัว มันเหมือนสัญชาตญาณของคนที่ตื่นนอนแล้วต้องขยับตัวขึ้นมา เราก็เอ๊ะ ทำไมร่างกายซีกขวาของเราขยับไม่ได้ ก็เลยตะโกนบอกคุณจินว่า "ขยับไม่ได้ ขยับไม่ได้จริงๆ ไม่ได้แกล้งนะ" มันรู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย เหมือนมีอะไรทิ่มอยู่ จะว่าชาก็ไม่เชิงนะ มันเหมือนไม่มีแรง หลังจากนั้นก็นำส่งโรงพยาบาลค่ะ"

 

 

ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอว่ายังไงบ้าง?

หนิง : "คุณหมอก็ให้ทำ MRI 2 รอบ รอบละวัน แล้วก็ทำ CT Scan แล้วก็มีเอกซเรย์ต่างๆ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้รายละเอียด แต่คุณหมอบอกว่าก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"

ใจของเราตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง?

หนิง : "รู้สึกกลัวค่ะ คือตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ ตอนนั้นก็คิดไปไกลเลยค่ะ คือเราเคยนั่งสัมภาษณ์แขกรับเชิญหลายๆ คนในวงการบันเทิง หลายคนทำงานเบื้องหลัง ทำงานหนัก แล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วอยู่ดีๆเรื่องแบบนี้มาเกิดกับตัวเรา แล้วประกอบกับช่วงที่อยู่โรงพยาบาล เราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ก็ยิ่งทำให้เครียดไปอีก แล้วที่เครียดหนักสุดก็คือ ปวดปัสสาวะ แล้วมันไม่ออก แล้วบางทีอยู่ๆ อยากจะออก ก็ออกมาบนเตียงเลย มันก็เลยแบบว่าแย่นิดหน่อย"

 

 

 

เห็นบอกว่ามีหมอหลายแขนงมาช่วยกันรักษา?

หนิง : "ตอนที่นอนอยู่ เราก็รู้สึกงงๆ เหมือนกันนะ เพราะมีหมอหลายคนเข้ามาดูเราเยอะมาก เราก็ถามเพื่อนว่า เป็นอะไรแล้วไม่บอกความจริงกับเราหรือเปล่า ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสมอง คือเราคิดไปก่อนเลย"

 

หลังจากนั้นรักษายังไงต่อ?

หนิง : "หลังจากดูผลต่างๆ หมดแล้ว คุณหมอก็ให้ทำกายภาพบำบัด แล้วก็พบจิตแพทย์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอาจิตแพทย์มาคุยกับเราด้วย คือหมอบอกว่าอาจจะมาจากอาการความเครียดของเรา จากที่เราทำงานหรือทำอะไรหลายๆอย่างด้วย เหมือนความเครียดสะสมอะไรพวกนี้ค่ะ"

 


ตอนนี้อาการดีขึ้นขนาดไหน?

หนิง : "คิดว่าตัวเองดีขึ้นนะ หลังจากวันที่เราล้มลงไป แล้วก็เกิดอาการจำไม่ได้ด้วยว่าใครมาเยี่ยมบ้าง จะรู้ก็เพราะเห็นภาพการแท็กจาก IG หรือ Social ต่างๆ แล้วที่ดีขึ้นก็เพราะว่ายายเอาหนังสือธรรมะมาให้อ่าน แล้วหนิงก็พยายามที่จะอ่าน แล้วก็อยู่กับตัวเอง กำหนดลมหายใจเอง ทำในสิ่งที่ตอนที่เราบวชเราได้ฝึกปฏิบัติมา แล้วก็บอกกับตัวเองว่า ใจเป็นคนสั่งกาย ถ้าใจสั่งกายไม่ได้ กายจะแย่ แล้วถ้ากายเราแย่เมื่อไหร่ ลูกเราแย่แน่ๆ ตอนนั้นห่วงที่สุดคือลูก ห่วงณิรินที่สุดในโลกค่ะ เขาก็มาเยี่ยมตลอดนะ เข็นรถเข็น ป้อนข้าวป้อนน้ำ ทำทุกอย่างเหมือนนางพยาบาลเลยค่ะ แล้วอยู่ๆ มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นเอง

 

เพื่อนๆ ว่ายังไง เป็นห่วงกันขนาดไหน?

หนิง : "ทุกคนก็มาเยี่ยมนะคะ คือทุกคนตกใจกันหมด เพราะว่ามันเร็วมาก เพราะตอนเช้าเรายังคุยกันอยู่ในกรุ๊ปอยู่เลย แล้วจู่ๆ ช่วงบ่ายตอนเย็นก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็คือได้รับกำลังใจจากเพื่อนดีค่ะ"

 

เห็นว่าคุณสามีดูแลเรื่องอาหารการกินทุกมื้อเลย?

หนิง : "ใช่ค่ะ เพราะตัวหนิงเป็นคนทานยาก เรียกว่าเป็นคนงี่เง่าเลยก็ว่าได้ แป้งไม่เอา โน่นไม่เอานี่ไม่ได้ ค่อนข้างคลีนนิดนึงด้วยค่ะ ซึ่งคุณจินก็เลยเข้ามาดูแลตรงนี้"

 

 

 

 

ช่วยฝากข้อคิดอะไร จากเหตุการณ์นี้หน่อย?

หนิง : "อยากฝากว่าอะไรก็แล้วแต่ ความพอดีเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ต้องประมาณตัวเอง คืออย่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามันโหลดหรือว่ามันหนักเกินไป พอถึงเวลาที่เรารู้สึกว่ามันตึงไป เราก็ต้องผ่อนบ้าง แล้วที่สำคัญ จิตสั่งกาย อันนี้คือเรื่องจริง ใจเราจะเป็นตัวที่กำหนดเลยว่า เราจะเดินไปในทิศทางไหน ถ้าใจเราแข็งแรงเมื่อไหร่นะ ร่างกายต่อให้เราป่วยก็ยังไงก็ไหว ตอนนี้ถามว่าป่วยไหม ก็ป่วยแต่ว่ายังไหว คือไหวที่จะมาทำงานค่ะ"

 

 

 

ขอบคุณรายการ : คุยแซ่บ Show ช่อง one31 

ขอบคุณ IG : ningpanita

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์