ซึ้งทั้งโซเชียล!! หนุ่มกินข้าวในร้านอาหาร จู่ๆได้ยินเสียงห่านร้องเอะใจเดินไปดูหลังร้านภาพที่เห็นถึงกับผงะ รีบเข้าเจรจาด่วน ทำชาวเน็ตน้ำตาคลอ

Publish 2017-09-24 18:06:48

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Manuschai Jenkittiwattana ได้โพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวระบุเหตุการณ์ในร้านอาหารขณะที่ตนเองไปสั่งข้าวหน้าเป็ดรับประทานก็ได้ยินเสียงห่านร้องจึงได้เดินไปดูหลังร้านซึ่งก็เห็นห่านตัวหนึ่งถูกขังอยู่ในกรงรอเชือดขาย ซึ่งในตอนนั้นผู้โพสต์ก็กลัวว่าห่านตัวดังกล่าวจะดุจึงได้กลับบ้านไปโดยไม่ได้ช่วยเหลือใดๆ แต่สุดท้ายวันรุ่งขึ้นก็ได้ขับรถกลับไปยังร้านเดิมและเข้าไปดูห่านตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ จึงตัดสินใจไถ่ชีวิตมา โดยเจ้าของร้านให้ราคา 1,500 บาท ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ต่อรองราคาเหลือ 1,000 บาทและก็ได้มาแบบมัดมือชก เมื่อไถ่ชีวิตห่านตัวดังกล่าวมาแล้วก็ไม่กล้าฝากให้ใครเลี้ยงเพราะเกรงว่าจะถูกนำไปเป็นอาหารอีก จึงตัดสินใจเลี้ยงไว้เอง และยังได้ฝากถึงร้านอาหารอีกว่า อย่านำสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่มาโชว์ให้ลูกค้าเห็น เพราะลูกค้าอาจจะไม่กล้ารับประทาน อย่างเช่นตนเอง 

เมื่อวานมากินข้าวหน้าเป็ด ได้ยินเสียงห่านร้อง รีบวางช้อนแล้วเดินไปดูข้างร้าน เห็นห่านตัวนี้ อยู่ในกรง เลยถามเจ้าของร้านว่า เอามาทำไม เค้าบอกจะเอามาเชือดขาย ผมเข้าไปจะลูบหัว เช็คดูว่าดุไหม เขาขู่ฟ่อฟ่อเลย ผมจึงไม่ได้ช่วยเขา วันนี้คาใจขับรถมาดูอีกครั้ง ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกมัดขาไว้ (คิดในใจ เห้ยแสดงว่าพอจับได้สิ) ถามลูกจ้างในร้านที่เป็นคนไทยว่า มันจิกกัดไหม เค้าบอกว่ามันกัด แต่ผมอยากช่วย เอาวะกรูยอมเจ็บ เลยตัดสินใจดึงเชือกเข้ามา แล้วค่อยๆลูบคอและหัว จากด้านหลัง เขาไม่จิกไม่กัด ให้ผมลูบหัวโอบใต้ท้องแต่โดยดี มีจิกแก้มผมเบาๆด้วย คงนึกว่าซาลาเปา 

จะปล่อยไว้ทำไมล่ะ ซื้อสิครับ รออะไร ถามเจ้าของร้านที่เป็นคนจีนคุยไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ให้คนแปลว่าขายราคาเท่าไหร่ ร้านบอก 1,500 บาท ผมบอกว่าห่านพะโล้ยัง 1,500 เลย นี่ห่านเป็นๆ ขาย 1,500 ได้ไง ต่อรองกันอยู่นาน เจ้าของร้านก็ไม่ยอม ผมก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง เลยควักแบงค์ 1,000 ไปหนึ่งใบ วางไว้ที่โต๊ะอาหาร คิดในใจ #กรูจะเอาอ่ะไม่สนแล้ว  ผมรีบหากล่องมาใส่ห่านอุ้มขึ้นรถกลับบ้านเลย ก่อนออกมาบอกลูกจ้างในร้าน ให้บอกเจ้าของร้านว่า อย่าเอาห่านเป็นๆมาโชว์แบบนี้อีก คนจะไม่อยากเข้ามากิน (โดยเฉพาะกรู) ไม่กล้าให้ใครเลี้ยงเพราะเดี๋ยวจะถูกเชือดกินอีกเลยจำต้องเลี้ยงไว้เอง เวรจริงๆ5555555
 




การปล่อยชีวิตสัตว์ ในสมัยก่อนจะไปที่โรงฆ่าสัตว์ เพื่อขอซื้อชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า แล้วนำไปปล่อยให้เขาได้อยู่รอดตามวิถีชีวิตของเขา แต่ในสมัยนี้ โรงฆ่าสัตว์ทั่วไปไม่ได้เห็นง่ายๆ อีกแล้ว กลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่โต ที่ผลิตอาหารออกมาให้คนทั่วไปได้บริโภค ดังนั้นจึงนิยมปล่อยชีวิตสัตว์ที่หาซื้อได้ตามตลาดสดเสียมากกว่า และสัตว์ที่ปล่อยก็จะเป็นสัตว์เล็กๆ เช่น ปลา เต่า นก กบ หอย ฯลฯ หากใครได้ทำบุญโดยการปล่อยชีวิตสัตว์ใหญ่ๆ เช่น วัว ควาย หมู ก็ถือว่าได้บุญกุศลแรง

ความหมายของการปล่อยชีวิตสัตว์ การปล่อยชีวิตสัตว์แต่ละชนิด ก็มักจะมีความเชื่อกันไปต่างๆ เช่น
ปลาไหล - ทำให้การเงิน การงาน การเรียน มีความคล่องตัว
ปลาดุก - ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ศัตรู คู่แข่ง พ่ายแพ้
ปลาหมอ - ทำให้มีสุขภาพดี หายเจ็บ หายป่วย
ปลาช่อน - ทำให้มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ
ปลาทับทิม - ทำให้ความรักราบรื่น สดชื่น สมหวัง
ปลานิล - ทำให้อุดมสมบูรณ์ เพรียบพร้อมด้วยอำนาจ วาสนา บารมี
เต่า - ทำให้อายุยืนยาว เป็นการสะเดาะเคราะห์
ตะพาบ - ทำให้อายุมั่นขวัญยืน ไม่มีเหตุเภทภัย
กบ - ทำให้ตัดวิบากกรรม กำจัดสิ่งไม่เป็นมงคล
หอยขม - ทำให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ทิ้งความขื่นขม
นก - ทำให้ชีวิตมีความก้าวหน้า รุ่งเรือง


คำอธิฐานในการปล่อยชีวิตสัตว์

ข้าพเจ้าชื่อ-นามสกุล เกิดวันที่...เดือน...ปี...อายุ ขอทำบุญด้วยการปล่อยชีวิตสัตว์....จำนวน...ตัว เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรและศัตรูคู่อาฆาต ขอให้สัตว์ที่ปล่อย จงนำเอาสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไรออกไปจากตัวข้าพเจ้า

และเมื่อเจ้ารอดปลอดภัยดีแล้ว จงนำความสุขและโชคลาภมาสู่ข้าพเจ้า ขอให้พระแม่ธรณี พระแม่คงคา เทพเทวาอารักษ์ เจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงเป็นสักขีพยาน รับทราบกุศลเจตนาของข้าพเจ้า และคุ้มครองชีวิตของข้าพเจ้าและสัตว์ที่ข้าพเจ้าปล่อยให้ปลอดภัยตราบสิ้นอายุขัย

ด้วยอำนาจแห่งผลบุญในครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้ประสบกับความร่มเย็นเป็นสุข ประสบความสำเร็จในชีวิต พบแต่ความสุขความเจริญ ขอให้หมดเคราะห์ หมดโศก หมดโรค หมดภัยทุกประการเทอญ

*หมายเหตุ การปล่อยชีวิตสัตว์ ควรพิจารณาสถานที่ในการปล่อยสัตว์แต่ละชนิดด้วย ต้องมีความเป็นธรรมชาติที่เขาจะอยู่รอดได้ และมีความปลอดภัยในชีวิต


ขอบคุณ : Manuschai Jenkittiwattana  FW Mail



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน