ล่าชื่อดันอภิสิทธิ์คืนเก้าอี้หัวหน้าปชป.ทำได้แต่(ยัง)กลับมาไม่ได้?!?

ล่าชื่อดันอภิสิทธิ์คืนเก้าอี้หัวหน้าปชป.ทำได้แต่(ยัง)กลับมาไม่ได้?!?

Publish 2019-04-29 16:51:04


น่าสนใจชวนติดตามเป็นอย่างยิ่งสำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ และทิศทางนับจากนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด ซึ่งแน่นอนว่า โน้มแนวนั้นขึ้นอยู่กับ หัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรค “ชุดใหม่” จะเป็นใคร หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” หลังนำพรรคแพ้เลือกตั้งครั้งล่าสุดไปอย่างยับเยิน กระนั้นก็ปรากฏความเคลื่อนไหวล่าสุดของบรรดาแม่ยก ที่ต้องการให้หล่อใหญ่กลับคืนเก้าอี้ผู้นำพรรคซึ่งเพิ่งลาออกไปไม่นาน ทำให้เรื่องนี้มีสีสันขึ้นทันทีในระหว่างที่พรรคกำลังเสาะหาหัวหน้าคนใหม่ แต่อยากจะให้ตั้งข้อสังเกตกันว่า นายอภิสิทธิ์ น่าจะกลับมาแน่แต่ยังไม่ใช่เวลานี้  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นลองมาติดตามกันดูด้วยข้อมูลต่อไปนี้???



 

ทั้งนี้โดยในวันที่ 15 พ.ค.นี้จะถึงวัน “ดีเดย์” ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการจัดประชุมนัดเคาะเลือก หัวหน้าใหม่ และได้ปรากฏ 4 รายชื่อ ว่าที่ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ประกอบไปด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และม้ามืดอย่าง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์

 

ในห้วงเวลานี้เองที่มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ออกมาล่ารายชื่อ 30,000 + รายชื่อ เพื่อให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า ขณะนี้ได้มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการส่งข้อความไปยังกลุ่มไลน์สมาชิกสาขาพรรคต่างๆ มีเนื้อหาระบุว่า

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

 



 

“สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ทรงเกียรติครับ ผู้ใดประสงค์สนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็น "หัวหน้าพรรค"อีกครั้ง(ทันสมัยนี้ หรือทันสมัยหน้า ก็ยังไม่สาย) ส่งเอกสารอะไรก็ได้ที่ยื่นยันได้ว่าเป็นสมาชิกพรรค ขีดฆ่าเขียนกำกับว่า"ใช้เพื่อสนับสนุน...คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค"และเซ็นชื่อรับรองสำเนาส่งมาที่ ตู้ ปณ. 27 ป้อมปราบศัตรูพ่าย 10101 ด่วน!! หรือส่งทางอีเมลล์ ....... (ป.ล. ส่งได้ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป) สนับสนุนกัน ก็ส่งกันมานะครับ ต้องการต่ำๆ 30,000 รายชื่อ สนับสนุนให้คุณอภิสิทธิ์กลับมา...ช่วยเหลือกันนะครับ....

 

ทำในสิ่งที่เรา "ปรารถนา" ร่วมกันนะประชาธิปัตย์ (ส่งมา 2 ฉบับ ก็ดีครับ เพื่อใช้อีกเรื่อง เซ็นกำกับมาว่า แก้ไขข้อบังคับพรรคในหมวด 2 ว่าด้วยเรื่องสมาชิก) เป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง บุญรักษา มั่งคั่ง มีสุข ขอบคุณในความช่วยเหลือ สักวันจะตอบแทน ด้วยน้ำใจไมตรี”

 

นั่นคือข้อความที่มีรายงานอ้างถึงมีการส่งกันผ่านไลน์ จะบอกว่าเป็นเรื่องโกหก หรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็ไม่น่าจะใช่  ฉะนั้นจึงขอตั้งสมมุติฐานเอาไว้ก่อนว่า เรื่องนี้น่าจะมีมูล เพราะต้องไม่ลืมว่าตัวนายอภิสิทธิ์ ได้รับความนิยมชมชอบอยู่ไม่น้อยภายในพรรคหรือ ภายนอกพรรค มีบรรดาแม่ยกพ่อยกอยู่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งจะกล่าวว่าเมื่อนายอภิสิทธิ์ ลาออกไปแล้วก็น่าจะจบ ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกเสียทีเดียวนัก เพราะหากยังจำกันได้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ หล่อใหญ่ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจได้เปิดเผย แต่ก่อนจะไปดูข้อมูลสำคัญพร้อมกัน ลองมาดูถ้อยความที่นายอภิสิทธิ์ แถลงไว้เมื่อเวลา 21.45 น.ในคืนวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาว่า

 

“จากเหตุการณ์ที่เปิดขึ้นทั้งหมด ผมต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าองค์กร เพราะฉะนั้นผมขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้ และตามข้อบังคับพรรคคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่ก็จะเป็นผู้รักษาการแทน และกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้อยู่ร่วมกับส.ส.ของพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง จะเป็นผู้พิจารณาแนวทางของพรรคที่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล หรือการทำงานในสภา ตามข้อบังคับพรรคต่อไป ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและให้การสนับสนุนตลอดเวลา ผมขอเรียนว่าความตั้งใจของผมในการทำงานให้ประชาชน ให้กับพรรคจะไม่มีวันเสื่อมคลาย แต่ผมต้องรักษาคำพูด เพราะผมจะต้องรักษาสัจจะ ที่เป็นเป็นสัจจะของนักการเมือง “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในคืนดังกล่าวได้ปรากฏ กลุ่มแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ มาเฝ้าติดตามลุ้นการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง ต่างโผเข้ากอดกันร้องไห้ หลังการประกาศลาออกของนายอภิสิทธิ์ และผลการเลือกตั้งที่พ่ายแพ้ถล่มทลาย ขณะที่บรรดาแกนนำพรรค ก็ทยอยเดินทางออกจากพรรคกลับบ้านทันที

 

 

อย่างไรก็ตามหากย้อนไปในการเลือกตั้งสามครั้งรวมล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนา พบข้อมูลที่น่าสนใจและตกใจไปพร้อมๆกัน นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้หมดทั้งสามครั้งและเกิดขึ้นภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์นั่นเอง เริ่มจากในปี 2550 เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารของพล.อ.สนธิ บุณยรัตตกลิน ปรากฎว่า พรรคพลังประชาชน ได้รับการเลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งคือ 256 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้ง 162 ที่นั่ง

 

ต่อมาการเลือกตั้งในปี 2554 หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภา ผลปรากฎว่าพรรคเพื่อไทยก็ยังคงได้รับการเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งคือ 265 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้ง 159 ที่นั่งและในครั้งนี้เองคือในวันที่ 4 ก.ค. 54 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ ก็ได้ออกแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยระบุขอรับผิดชอบหลังทราบผลเลือกตั้ง ที่คะแนนเสียงลด พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนทุกคนที่ไว้ใจ และให้กำลังใจ ส่วนเรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ต้องรอมติจากที่ประชุมกรรมการบริการพรรคสรรหาใหม่

 

“ผมในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้นำพรรคลงสู่สนามการเลือกตั้งครั้งนี้ และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบเคียงกับปี 2550 พบว่า พรรคได้คะแนนเสียงน้อยลงได้จำนวนที่นั่งน้อยลง  ผมคิดว่าการเป็นผู้นำที่ดีขององค์กรต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น วันนี้ ผมตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง หัวหน้าพรรค และเป็นหน้าที่ของพรรค ซึ่งมีข้อบังคับ มีกระบวนการอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ที่จะจัดให้มีการประชุมใหญ่ภายใน 90 วัน

 

สำหรับนายอภิสิทธิ์ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในพ.ศ. 2535 ขณะอายุได้ 27 ปี และได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หลังพรรคแพ้การเลือกตั้งเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 หลังแพ้การเลือกตั้งเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 แต่ได้รับเลือกใหม่ในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน

 

 

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพ.ศ. 2550 นายสมัคร สุนทรเวช จากพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรค และผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551 นายอภิสิทธิ์ได้รับคะแนนเสียงเพียง 163 เสียง ซึ่งน้อยกว่าสมัครที่ได้ 310 เสียง

 

ขณะที่การเลือกตั้งล่าสุดเมื่อวันที่  24 มีนาคม 2562 โดยต่อมากกต. ได้แถลงคะแนนดิบผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด 100 % โดยมีจำนวนคะแนนและลำดับ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อยู่ลำดับที่สี่ ได้คะแนน 3,947,726 เสียง แพ้พรรคคู่แข่งสำคัญอย่างเพื่อไทย พ่ายพรรคน้องใหม่อย่างพลังประชารัฐและอนาคตใหม่ และที่สร้างเซอร์ไพรส์แบบแทบช็อกกันทั้งพรรคก็คือพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เคยยึดครองมาโดยตลอด ไม่ได้ที่นั่งแม้เพียงตำแหน่งเดียว ขณะที่ภาคใต้ก็เหลือแค่  22 ที่นั่ง ซึ่งเมื่อรวมทั้งแบบส.ส. แบ่งเขต 33 ที่นั่ง และส.ส. แบ่งบัญชีรายชื่อ20 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ด้วยการนำของนายอภิสิทธิ์ ได้ส.ส.ครั้งนี้ รวม53 ที่นั่งเท่านั้น

 

ดังนั้นจึงไม่ใช่น่าเรื่องแปลกประหลาดอะไรเลยที่นายอภิสิทธิ์ จะประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคภายในคืนนั้น แต่ที่น่าจะแปลกใจสักหน่อยก็คงอยู่ที่บรรดาคนที่ยังสนับสนุนด้วยการอ้างการล่ารายชื่อให้กลับมานั่นแหละ ที่อาจต้องเจอคำถามประเภทที่ว่า ยังไม่เข็ดหลาบกันอีกหรือ??? กับการบริหารที่นำพาไปสู่ความพ่ายแพ้ที่สุดแสนจะยับเยิบขนาดนั้น น่าจะปล่อยให้นายอภิสิทธิ์ได้พักบ้าง กับสามครั้งในการเป็นหัวหน้าที่ไม่เคยเจอชัยชนะเหนือคู่แข่งเลยนั้น น่าจะพอเป็นคำตอบได้บ้างว่า ควรจะให้กลับมาอีกหรือไม่ และก็เชื่อว่า แม้จะมีการรวบรวมรายชื่อได้กี่หมื่นกี่แสนล้านรายชื่อ สำหรับตัวนายอภิสิทธิ์ก็คงยังไม่คิดจะกลับมา เพราะผลงานที่แสนสุดจะน่าอดสูคงทำให้ยังไม่สามารถกล้าที่จะกลับมาได้ อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ในครั้งนี้แน่นอน???

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-"มาร์ค" หลบไป! ปชป. ตั้ง "จุรินทร์" รักษาการหัวหน้าพรรคแทน "อภิสิทธิ์" เผย ไม่ขอยุ่งจัดตั้งรัฐบาล!
-ตัวเปลี่ยน ไม่ใช่ตัวแปร?!?สถานะประชาธิปัตย์ แพ้นี้ที่อภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบ?!?
-"อภิสิทธิ์" โพสต์เฟสบุ๊ก ขออภัยทำปชป.พ่ายแพ้การเมือง
-27ปีความวัยเยาว์ทางการเมืองของอภิสิทธิ์ วุฒิภาวะบนความไม่เร้าใจ ?!?
-ทนายวันชัยไล่ส่งอภิสิทธิ์ ได้ตายตามประกาศแน่ แฉลึกเหตุประกาศไม่หนุนประยุทธ์

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์