จะอยู่หรือไป “ดำรงค์ พิเดช” จับตาแรงเหวี่ยงพรรคเล็กสั่น...สะเทือนเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ

Publish 2019-06-18 10:16:43


สถานการณ์การเมืองตอนนี้กับการจัดรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนว่าจะเป็นไปแบบ “ยุ่งเหยิงทุลักทุเล” เนื่องด้วยพรรคที่มาร่วมรัฐบาลต่างออกมาเรียกร้องต่อรองตำแหน่ง  ซึ่งจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ แต่หากดูสาเหตุหลักเพราะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ขณะเดียวกันก็มีเรื่องวุ่นของพรรคร่วมอย่าง ไม่รู้จบ !!! ดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย  จะอยู่หรือไป จะขอเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่

หากดูปัญหาหลักที่ทำให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เกิดการต่อรอง สืบเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับเข้าสู่อำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา ส.ส. 251 เสียง กับส.ว. 249 เสียง รวมเป็น 500 เสียง ด้วยการเป็นรัฐบาลผสม 19 พรรคเสถียรภาพจึงน้อยลงไปอีก ทั้งประจวบช่วงนี้ก็ยังเจอความขัดแย้งภายในพรรคร่วมในการเดินหน้าต่อรองตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ขณะที่อีกฝากฝั่งหนึ่งได้คะแนนไป 244 เสียง  จึงทำให้แรงเหวี่ยง  มีเพียงแค่ 5-6 เสียง เท่านั้นที่ทำให้กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย  นี่จึงเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิดการต่อรองจากพรรคต่างๆ ที่ร่วมรัฐบาล 



เริ่มต้นจากพรรคเล็กอย่างพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย  เป็นพรรคเล็กมี 2 เสียง 15 มิ.ย. ดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พร้อมด้วยนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เลขาธิการพรรคฯให้สัมภาษ์ถึงการทบทวนจุดยืนในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ  // จุดประสงค์ของการตั้งพรรค คือดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและป่า เราเป็นพรรคที่มีนโยบายเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อพรรคพลังพปชร.เชิญให้ไปร่วมรัฐบาลเพื่อช่วยกันทำงานจึงตอบรับเพราะเข้าใจว่าพรรคพปชร.จะรับผิดชอบดูแลกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากพรรคพปชร.ไม่มีการติดต่อว่าจะให้ทำอะไรหรือมาขอนโยบายของพรรคเราไปพิจารณา เหมือนเป็นพรรคตกสำรวจ และอย่างที่เคยบอกว่าพรรคตนเป็นพรรคเฉพาะกิจจะให้ไปทำอย่างอื่น ยกตัวอย่างจะให้ไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรมหรือที่ไหนคงไม่ได้ และทราบจากสื่อต่างๆว่าจะให้พรรคร่วมรัฐบาลมาดูแลกระทรวงดังกล่าวแล้ว จึงขอให้พรรคพปชร.แสดงท่าทีให้ชัดว่าจะให้พรรคตนมีส่วนร่วมในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยหรือไม่
“ผมแถลงผ่านสื่อไปถึงพรรคพปชร.เพราะเขาไม่ติดต่อมา การที่มาร่วมงานเพราะคิดว่าพรรคพปชร.จะรับผิดชอบกระทรวงดังกล่าวเอง แต่ถ้าไปอยู่กับพรรคร่วม ผมจะเข้าไปทำงานได้อย่างไร เพราะจุดยืนผมมี ไปเชิญให้มาร่วมงานแล้วมาทิ้งขว้าง ผมจะไปอย่างไร ที่ประกาศอย่างนี้ ไม่ได้เรียกร้องเป็นรัฐมนตรี เพราะเข้าใจว่า 2 เสียงของพรรคเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ แต่ต้องการทำงานในกระทรวงทรัพยากรฯ มีส่วนเข้าไปผลักดันเรื่องป่า แก้ปัญหาส่วนรวมให้ชาติบ้านเมืองเท่านั้น

“พรรคให้เวลาพรรคพลังประชารัฐไปคิดทบทวน หากผลเจรจายังคงยืนยันว่าไม่เปลี่ยนแปลง พรรคร่วมรัฐบาลเป็นผู้ดูแลกระทรวงทรัพยากรฯ และเราไม่ได้มีส่วนร่วม เราขอถอนตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ เราไม่ประสงค์ที่จะเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากไม่มีประโยชน์อะไร หากได้เป็นรัฐมนตรีแต่ไปนั่งเฉยๆ เราก็ไม่เอา ทั้งนี้ ทางพรรคไม่ได้มีปัญหากับพรรคชาติไทยพัฒนาแต่อย่างใด” 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า จากการเรียกร้องของดำรงค์ พิเดช ที่ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระหากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้อยู่ในการดูแลของพรรคพลังประชารัฐ โดยเบื้องต้นแกนนำพรรค พปชร. รับทราบข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่ยังยืนยันว่าโควตากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา   และก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อเสนอให้นายดำรงค์ เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่นายดำรงค์เห็นว่านโยบายของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ไม่ตรงกับพรรคชาติไทยพัฒนา จึงได้ตอบปฏิเสธตำแหน่งดังกล่าว อย่างไรก็ตามพปชร. เตรียมมอบหมายให้แกนนำพรรคเข้าหารือกับนายดำรงค์อีกครั้ง พร้อมเชื่อว่า 2 เสียงของพรรครักษ์ผืนป่าฯ จะยังอยู่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน



วันที่ 17 มิ.ย. นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่ออะไรมา ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครติดต่อมา อยากอยู่เงียบๆ รอดูจนถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมด เพราะไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนกล่าวหาว่าตนพยายามต่อรองเพื่อให้ได้ตำแหน่งไม่เข้าใจว่าทำไมถึงคิดกันอย่างนี้ ทำไมไม่คิดบ้างว่าตนอยากจะทำงาน เพราะพรรคนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ให้ไปทำอย่างอื่นทำไม่เป็น นี่คือเจตนาที่ชัดเจน เสียใจที่มีคนด่าว่าต่อรองเพื่อผลประโยชน์ เพื่อตำแหน่ง แต่พรรครักษ์ผืนป่าฯ จะให้ไปทำงานอะไรถ้าไม่ใช่ทำงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“มีพรรคการเมืองไหนบ้างที่มีเจตนาชัดเจนแบบผม”


การต่อรองสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ ผู้ช่วยรัฐมนตรี นี่เป็นประเด็นเพียงเริ่มต้นในการจัดตั้งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สองเท่านั้น และต่อจากนี้สถานการณ์จะเกิดอะไรตามมารัฐบาลจะต้องเจอกับแรงเหวี่ยงอีกมากน้อยขนาดไหน ?  การขับเคลื่อนของพรรคพลังประชารัฐ แน่นอนว่า งานหินอย่างแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญก็คือการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีและจะปิดดีลให้กับพรรคการเมืองต่างๆ ที่ดึงมาเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐอย่างไร  และก็คงต้องจับตาต่อจากนี้กับบรรดาพรรคเล็ก ว่าจะอยู่หรือไป 
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวชนุตรา เพชรมูล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์