โผครม.ของจริงอยู่ที่บิ๊กตู่ คุณสมบัติที่นักการเมืองต้องฝ่าด่าน ใครจะหลุด???

โผครม.ของจริงอยู่ที่บิ๊กตู่ คุณสมบัติที่นักการเมืองต้องฝ่าด่าน ใครจะหลุด???

Publish 2019-06-18 14:51:48


ที่ว่าแน่ก็ยังไม่แน่!?! เมื่อเจอทั้งกระแสยี้ เจอทั้งการขุดของสังคม กับการที่ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีในครม.ของบิ๊กตู่ เพราะอย่างที่เห็นกันแค่กางโผออกมาจริงไม่จริงไม่รู้ แต่เรียกเสียงยี้ทั้งบ้านทั้งเมือง บางคนชื่อเสียงในแง่ลบ บางคนพัวพันคดีคาอยู่ที่หน่วยงาน จนถึงขณะนี้แม้รายชื่อจะส่งกันมาหมดแล้ว แต่ในการตรวจสอบยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น นั่นเพราะหัวหน้ารัฐบาลย่อมรู้ดี หากเมื่อหน้าตารัฐมนตรีออกมาขี้เหร่ ก้อนอิฐเสียงก่นด่าโจมตีย่อมพุ่งเป้ามาอย่างแน่นอน และในรอบนี้ต้องยอมรับว่า ไม่ง่ายที่นักการเมืองคนใดจะหลุดเข้ามาร่วมครม. โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตรที่อยากให้จับตาดูในวันที่รายชื่อรัฐมนตรีออกมา ในวันนั้นจะเหลืออยู่สักกี่คน??? 



 

 

เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติผู้จะมานั่งรัฐมนตรีถูกเปิดเผยออกมาจากนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ว่า ตรวจสอบตามที่สื่อเสนอข่าว ซึ่งเมื่อถามว่า ได้รายชื่อครบทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะตรวจสอบรายชื่อแล้วเสร็จในวันนี้นั่นคือวันที่ 18 มิ.ย. ทาง นายธีระพงษ์ ก็กล่าวว่า "ยัง"

 

นั่นเป็นคำตอบแม้เพียงสั้นๆแต่ก็ถือว่าชัดเจนที่สุด ว่า ณ ชั่วโมงนี้รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดยังไม่ใช่ของจริง เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะมีปัญหาตรงไหนหรือไม่??? และท้ายที่สุดนายกฯบิ๊กตู่ จะต้องนำมาดูด้วยตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งบางคนอาจสงสัยว่าทำไมจะต้องเป็นวันนี้ที่จะตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จ  

 

 



 

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายวิษณุ ได้พูดถึงการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นคนทำ และเวลาตรวจคุณสมบัติกว่าจะได้รายชื่อมา 35 คน จะต้องตรวจประมาณ 70 คน เพื่อไม่ให้รั่วไหลออกไป เอาให้มากเข้าไว้หนึ่งเท่า ส่วนการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีจะต้องใช้เวลานานเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีการส่งชื่อไปเมื่อใด แต่เลขาฯ ครม. เคยบอกไว้ว่า ขอเวลาอย่างน้อย 3 วันทำการ และขึ้นอยู่กับความยากง่าย เนื่องจากจะต้องถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ในกรณีมีตำแหน่งในบริษัทและแจ้งว่าลาออกแล้ว ก็ต้องตรวจสอบกับกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้ออกจริงหรือไม่ แต่เวลานี้ที่จะยาก เพราะสืบได้ยาก คือ เรื่องการถือหุ้นสื่อ กับกิจการสัมปทาน ยิ่งกฎหมายกำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามไปถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมไปถึงกิ๊กด้วย ตรงนี้ยิ่งยาก

 

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ในการส่งประวัติตรวจคุณสมบัติจะต้องส่งของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาในคราวเดียวกันเลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ส่งมาพร้อมกัน และในอดีตเคยมีว่าอยู่กันมาตั้งนาน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่เมื่อจะเป็นรัฐมนตรี มีความจำเป็นจะต้องจดทะเบียนสมรส และในทางกลับกันอยู่กันมานานเป็นคู่สมรส แต่พอจะเป็นรัฐมนตรีก็ไปหย่า

 

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาเคลียร์ปัญหาโควตารัฐมนตรีด้วยตัวเอง โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคเรียบร้อยแล้ว โควตารัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดอยู่ที่นายกฯตัดสินใจ หลังจากที่พรรคร่วมทยอยส่งรายชื่อมาให้นายกฯ รวมถึงพลังประชารัฐได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีไปให้นายกฯตรวจสอบคุณสมบัติบ้างแล้ว ใครจะไปอยู่ในตำแหน่งใดต้องรอดู คาดหลังประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนทั้งหมดชัดเจน

 

 

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร ได้ให้สัมภาษณ์รายการ “เจาะลึกทั่วไปอินไซด์ไทยแลนด์” กรณีมีข่าวจะหลุดจากโผ ครม.ว่า อำนาจการตัดสินใจเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์แต่ผู้เดียว จะตัดสินใจอย่างไรไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่รับตำแหน่งในการเข้ามาร่วมกับพลังประชารัฐนั้น มาถึงตอนนี้ยอมรับว่า ขอถอนคำพูด

 

ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาเปิดเผยเช่นกันว่าได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค 8 ตำแหน่งตามเดิม ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนรายชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ซึ่งทางพรรคยังยืนยันจะส่งไปรับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เช่นเดิม และให้สิทธิ์นายกฯเป็นผู้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้าย

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายอนุทิน ออกมาพูดถึง การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย 8 ตำแหน่งอีกครั้งว่า ทางพรรคจะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งหมดให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้  โดยขณะนี้รายชื่อทั้งหมดยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะส่งถึงมือนายกฯ ส่วนกระแสข่าวนายชาดา จะไม่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น คาดจะส่งน้องสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รับตำแหน่งแทน

777

และไม่เพียงแต่นายชาดาเท่านั้น ที่ถูกสังคมจับตาในการจะเข้าไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะขณะเดียวกันนายนิพนธ์ บุญญามณี ของพรรคประชาธิปัตย์ก็กำลังเผชิญวิบากในเรื่องการถูกคัดค้านด้วย เนื่องจากมีปัญหาการถูกร้องเรียนมีเรื่องราวค้างคาการตรวจสอบอยู่ที่คณะกรรมการปปช.  แม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงอย่างลงรายละเอียดแล้ว แต่นั่นก็เชื่อว่ายังไม่สิ้นคลายความสงสัยของสังคมอยู่

 

ขณะสำนักข่าวอิศรา ก็ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวนายชาดา ที่ปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โดยมีเรื่องเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งมีปัญหาก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนดในสัญญา และถูกปล่อยทิ้งร้างมากว่าทศวรรษ โดยที่เบิกเงินไปแล้วเกือบ 300 ล้านบาท

 

11 มิ.ย.2550 เทศบาลเมืองอุทัยธานี โดยนางเตือนจิตรา แสงไกร นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี (อดีตภรรยานายชาดา) ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียจังหวัดอุทัยธานี กับ กิจการร่วมค้า เอ เอส แซด โดยนายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา วงเงิน 488,535,000 บาท มาจาก งบอุดหนุน 413,286,300 บาท เทศบาลเมืองอุทัยฯ 88 ,684,400 บาท สิ้นสุด 18 ต.ค.54 (ใช้เวลาก่อสร้าง 1,590 วัน) ไม่รวมค่าควบคุมงาน 13,437,700 บาท (รวมทั้งสิ้น 501,970,700 บาท)

 

 

ภายหลังทำสัญญาเกิดปัญหาผู้รับเหมาก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา มีการแก้ไขสัญญา 5 ครั้ง เบ็ดเสร็จ แก้ไขสัญญา 5 ครั้ง ขยายเวลา การก่อสร้างเป็น 2,100 วัน (5.75 ปี) กำหนดระยะเวลาก่อสร้างสิ้นสุดสัญญา 12 มี.ค.56 ทว่าผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนด กระทั่ง 30 ก.ค.56 เทศบาลเมืองอุทัยธานี ทำหนังสือถึงผู้รับเหมา บอกเลิกสัญญาจ้าง และส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานเมื่อ 28 ก.พ.57

 

16 ม.ค.58 น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ประกาศยกเลิกประกาศประมูล โดยให้เหตุผลว่าไม่มีผู้มาขอซื้อเอกสารประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

 

เห็นได้ว่า นับตั้งแต่ลงนามในสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาเมื่อ 11 มิ.ย.2550 จนถึงขณะนี้ 17 มิ.ย. 2562 เป็นเวลากว่า 12 ปี โครงการนี้ยังถูกทิ้งร้าง เบิกเงินไปแล้วเกือบ 300 ล้านบาท ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ขณะที่ น.ส.มนัญญาซึ่งเป็นผู้ลงนามในการแก้ไขสัญญารับเหมาก่อสร้าง ขยายเวลาออกไป 5 ครั้ง นับแต่ครั้งแรกเมื่อ 12 ก.ย.2551 และพยายามดำเนินการโครงการต่อภายหลังบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาเมื่อกลางปี 2556 โดยจะใช้งบประมาณอีกกว่า 200 ล้าน แต่ถูก สตง.ทักท้วง จึงยกเลิกประกวดราคา ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ???

 

 นี่เป็นข้อมูลที่สำนักข่าวอิศราเปิดเผยออกมาตั้งให้สังคมใช้เป็นข้อสังเกตกันไว้ สำหรับน้องสาวนายชาดา หากจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวจริงหรือไม่ รวมทั้งนายนิพนธ์ แม้ทางพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะไม่เปลี่ยนตัว แต่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสุดท้ายคือนายกรัฐมนตรี ผู้นำรัฐบาลที่ต้องระมัดระวังในการเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน เพราะต้องยอมรับว่าเป็นที่จับตาของสังคมถึงหน้าตาคณะรัฐมนตรีที่จะออกมา ฉะนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองอย่างเข้มงวดที่สุด รวมทั้งนายสุริยะ ที่มีข่าวจะเข้ามาร่วม แต่ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้นายกฯเคยพูดไว้ว่า รายชื่อรัฐมนตรีจะยึดเอาตามที่พรรคส่งมาก่อน และท้ายที่สุดใครจะอยู่ ใครจะไป ก็โปรดรอคอยเพราะของจริงอยู่ที่คนชื่อ บิ๊กตู่เท่านั้น!?!

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์