น้ำยางพาราทำถนนได้!! กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่บึงกาฬ พร้อมผลักดันนำร่องถนนยางพารา (ชมคลิป)

Publish 2018-03-22 01:16:00

วันนี้ 21 มี.ค. นายพรศักดิ์  เจียรนัย ประธานอนุกรรมการผลผลิตทางการเกษตรและโฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเพื่อศึกษาดูงานและประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหายางพารากับเกษตรกร นักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยงข้องและเยี่ยมชมโรงงานหมอนยางพาราและถนนยางพาราดินซีเมนต์ โดยมีนายพิสุทธิ์  บุษยพรรณพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนเกษตรกร กลุ่มผู้ค้ายางในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมต้อนรับและร่วมประชุมเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

                โดยในช่วงเช้าของวันนี้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  กลุ่มผู้ค้ายาง ตัวแทนโรงงาน และตัวแทนเกษตรกร เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราและส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศร่วมกัน ณ ห้องประชุมเจติยาคีรี  ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ชั้น 2 ซึ่งเกษตรกรได้มีการเสนอให้ภาครัฐผลักดันให้มีโครงการที่สามารถนำยางพาราไปใช้ได้และหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่ายางพาราเพื่อที่จะได้ระบายผลผลิตยางพาราจากเกษตรกรจะทำให้ราคายางพาราขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำยางพารามาใช้ทำถนนซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงเองได้มีการใช้ยางพารา 5% ในการทำผิวถนนแอสฟัลท์และกำลังพัฒนาเพิ่มปริมาณยางพาราไห้ได้เปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น  ซึ่งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬแขวงทางหลวงบึงกาฬจะดำเนินโครงการที่ใช้ปริมาณยางในปีงบประมาณ 2560และปี2561 จำนวน 84.71 ตันและในปี 2562 คาดว่าจะใช้ยางพารา จำนวน 97.92 ตันและในส่วนของแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ ได้มีการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมผิวแอสฟัสมาตั้งแต่ ปี2555- 2561 จำนวน 200 กว่าตัน และในปี 2562 จะใช้ยางพาราจำนวน 80 ตัน  แต่การนำยางพารามาเป็นส่วนผสมก็ยังมีปริมาณน้อยอยู่มาก  ปัจจุบันกรมทางหลวงได้มีการออกแบบการนำน้ำยางพารามาทำถนนยางพาราดินซีเมนต์ และได้ทำข้อกำหนดพิเศษไปแล้ว คาดว่าท้องถิ่นจะสามารนำมาใช้ได้ในเร็ววันนี้

 


กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ยกขโยงดูโรงงานสร้างหมอนจากน้ำยาง

ในช่วงบ่ายมีการลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตหมอนยางพาราของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ  บ้านตาลเดี่ยว  หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสะอาด  อำเภอเซกา  จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.และคณะให้การต้อนรับ จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำ ได้มีการขับเคลื่อนการทำงานและนโยบายในหลายๆ ด้าน เพื่อให้ราคายางพาราสูงขึ้น โดยหาวิธีเพิ่มมูลค่ายางพารา จนเกิดการรวมตัวของเกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬ และความร่วมมือทุกภาคส่วนในจังหวัดบึงกาฬ ก่อตั้งชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ ขึ้น เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราขึ้น โดยได้รับงบสนับสนุนจากทางรัฐบาล ปัจจุบันได้ผลิตและส่งออกไปยังหลายประเทศเช่นจีน เวียดนาม  โดยเฉพาะวันนี้ได้มีการลงนามระหว่างชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ  กับ บริษัท เหว่ย ซิง อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการทำธุรกิจซื้อขายและส่งออกผลิตภัณฑ์หมอนและที่นอนยางพาราเพื่อไปจำหน่ายในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ไปดูถนนยางพาราดินซีเมนต์เส้นแรกในประเทศไทย เส้นทางระหว่าง บ้านโคกนิยม ตำบลวังชมภู  อำเภอพรเจริญ ไปถึง บ้านตาลเดี่ยว  ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา โดยการออกแบบของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนคร เหนือซึ่งดำเนินงานโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ  ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันยังใช้งานได้ดี   โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ พร้อมสนับสนุนดำเนินเนินการก่อสร้างถนนดังกล่าวทันที

 

กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ยกขโยงดูถนนโมเดลทำจากน้ำยางผสมคอนกรีต

ด้านนายพรศักดิ์  เจียรนัย ประธานอนุกรรมการผลผลิตทางการเกษตร กล่าวว่า วันนี้ได้นำคณะลงพื้นที่ดู 2 เรื่องคือเรื่องการทำหมอนยางพารา และถนนยาพาราดินซีเมน ซึ่งเป็นแนวความคิดของเกษตรกรเอง ถนนยางพาราซอยซีเมนต์ค่อนข้างที่จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในวันอังคารที่ 27 จะนำเรื่องถนนยางพาราเข้าไปเสนอคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการเรื่องของถนนยางพาราซอยซีเมนต์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะใช้น้ำยางข้นถึงตารางเมตรละ 2 กิโลกรัม เป็นปัจจัยให้ราคายางพารากระเตื้องขึ้น  ในส่วนของการผลิตหมอนและที่นอนยางพารา จะได้ 2 เรื่อง คือการใช้ยาง เพราะหมอนใบหนึ่งใช้ยางได้ 1.2 กิโลกรัม ที่นอนแล้วแต่ความหนาแต่ใช้ในปริมาณ 20 กิโลกรัมขึ้นไป และเป็นการสร้างงานและสร้างมูลค่าเพิ่ม แนวทางที่คิดว่าทางจังหวัดบึงกาฬทำดี คือ แนวคิดนายยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ  คือเกษตรกรนำยางพารามาขายปลายปี ส่วนกำไรส่วนหนึ่งจะกลับคืนให้เกษตรกร เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการร่วมกันสร้างกิจกรรม ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน นั่นคือสถาบันเกษตรกรเข้มแข็งและเอายางมาใช้ในพื้นที่อีกด้วย.

ภาพ/ข่าว  นิธิศักดิ์  เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บึงกาฬ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายนิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี(หมอน)
HASTAG :