ลางสังหรณ์ก่อนฟ้าสาง!! "หลวงปู่สมชาย" เผย "ลางบอกเหตุ" เครื่องบินตก "มรณภาพหมู่" การสูญเสียครั้งใหญ่ของวงศ์พระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น !!

ลางสังหรณ์ก่อนฟ้าสาง!! "หลวงปู่สมชาย" เผย "ลางบอกเหตุ" เครื่องบินตก "มรณภาพหมู่" การสูญเสียครั้งใหญ่ของวงศ์พระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น !!

Publish 2018-04-27 11:11:13

 

           ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ เครื่องบินโดยสารของบริษัทเดินอากาศไทย ประสบอุบัติเหตุตกที่ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีผู้โดยสารเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีพระอริยสงฆ์พระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ถึงแก่มรณะภาพ  ๕ รูป ได้แก่

๑. พระอาจารย์ บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
๒. พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร ( พระอาจารย์วัน อุตุตโม ) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
๓. พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ
๔. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
๕. พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม วัดป่าประสิทธิ์สามัคคี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

          ด้วยในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ พระคณาจารย์พระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโตทั้ง ๕ รูป ได้รับการอาราธนาจากทางสำนักพระราชวัง กรุงเทพฯ พระคณาจารย์ทั้งหมดจึงได้ไปรวมกันที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ลูกหาต้องการถวายความสะดวกและเพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง โดยได้ขึ้นเครื่องบินที่จังหวัดอุดรธานี ในวันนั้น



 

           ย้อนสมัยที่ "หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย" ได้มาพำนักที่วัดเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๓ นั้น  ในระหว่างนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ลืมไม่ได้เกิดขึ้น ครั้งหนึ่ง หลวงปู่สมชายได้รับกิจนิมนต์ให้เข้าไปในพระราชพิธีพร้อมกับครูบาอาจารย์แห่งภาคอีสานหลายรูปในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๓ แต่ในคืนวันที่ ๒๖ ขณะที่ท่านกำลังพักภาวนาอยู่ภายในกลดข้างหินใหญ่ก้อนหนึ่ง จวบจนค่อนรุ่งของวันที่ ๒๗ ท่านจึงออกมาจากกลด ซึ่งผิดไปจากเวลาปกติ พระเณรที่ติดตามไปด้วยกันทั้งหมด ๘ รูป เมื่อได้ยินเสียงหลวงปู่กระแอมก็รู้สึกแปลกใจว่าท่านอาพาธหรือมีเหตุอะไร จึงรีบมาที่กลด

 

 

           หลวงปู่สมชายนั่งลงบนตั่งเล็กๆ ตัวหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบของเขาอีโต้ พระเณรทุกรูปต่างก็เงียบเพื่อรอรับฟังว่าท่านจะพูดอะไร แต่ท่านก็นั่งเงียบ...ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หลวงปู่สมชายจึงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้นว่า

"ครูบาอาจารย์ของเราจะสิ้นอีกห้ารูปในวันนี้"

พระเณรที่ห้อมล้อมหลวงปู่สมชายไม่มีใครปริปากใดๆ ต่างองค์ต่างตกตะลึง ท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือกของเขาอีโต้ หลวงปู่สมชายกล่าวต่อไปอีกว่า

"วงการพระกรรมฐานเราต้องสูญเสียครูบาอาจารย์พร้อมๆ กันถึงห้ารูป เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันนี้ ทุกรูปล้วนแต่เป็นที่เคารพนับถือของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอีกด้วย แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมหนีกรรมไม่พ้น มันเป็นเรื่องของวิบากกรรมที่ท่านจะต้องมาตายพร้อมกันเช่นนี้ ..."

 

 

          พระเณรที่นั่งฟังหลวงปู่สมชายอยู่ก็เงียบอีกเช่นเคย รอฟังว่าท่านจะเอ่ยถึงชื่อใครบ้าง ? จะเกิดอะไรขึ้นที่ไหน ? และจะให้ทำอย่างไรบ้าง ? หลวงปู่สมชายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงกล่าวต่ออีกว่า

"ท่านเคยทำกรรมร่วมกันมาจึงหนีไม่พ้น สมัยพุทธกาล ขนาดพระโมคคัลลานะเป็นถึงอัครสาวกเบื้องซ้ายและเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธานุภาพมากกว่าใครในสมัยนั้น ผลสุดท้ายก็ยังถูกโจรทุบตีจนกระดูกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ครูบาอาจารย์ของเราท่านก็หนีกรรมไม่พ้นเช่นกัน"

         หลวงปู่สมชายกล่าวแล้วก็หยุด สงบเงียบ เหมือนกับจะหยุดพิจารณาหรือปลงนั่นเอง พระเณรนั่งฟังจนแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าแล้ว ท่านก็ยังไม่บอกว่าใครเป็นอะไรที่ไหน ปกติแล้ว หลวงปู่สมชายจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในเวลาแปดโมงเช้าของทุกวัน  แต่วันนี้ท่านกลับเข้าที่เดินจงกรมภาวนาต่อ เหมือนจะรอเวลาอะไรสักอย่าง ครู่ใหญ่ผ่านไป ท่านก็เรียกพระอุปัฏฐากให้เตรียมเดินทาง พระอุปัฏฐากสังเกตเห็นท่านมีความวิตกกังวลบางอย่างจึงเรียนถามว่า

"ท่านอาจารย์จะเดินทางตอนนี้หรือครับ ?"

หลวงปู่สมชายตอบว่า

"อืม ไปกันเถอะ ไปดูแลครูบาอาจารย์ก่อน เดี๋ยวจะไม่ทัน ท่านมาบอกลาผมเมื่อคืน หลวงปู่บุญมา ท่านอาจารย์วัน ท่านอาจารย์จวน ท่านอาจารย์สิงห์ทอง ท่านอาจารย์สุพัฒน์ ท่านจะนิพพานในอีกไม่ช้านี้ ไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน"

 

           ในที่สุด พระเณรทั้ง ๘ รูปจึงได้ทราบว่า ครูบาอาจารย์ท่านพูดคุยร่ำลากันทางจิตเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อค่อนรุ่งแล้ว  แต่ก็ยังเป็นปริศนาว่า ท่านจะสิ้นด้วยเหตุอันใดพร้อมกันทีเดียวถึงห้ารูป ถึงตอนนี้พระเณรทั้งหมดชักจะเริ่มเป็นห่วงครูบาอาจารย์ที่จะสิ้นวันนี้เสียแล้ว และต่างก็คอยที่จะไปถึงยังสถานที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด

           วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ ขณะที่กำลังเดินไปขึ้นรถที่ติดเครื่องรออยู่ หลวงปู่สมชายก็หยุดกะทันหัน บอกว่า...ไม่ทันแล้ว จากนั้นก็ก้าวเท้าขึ้นรถ และสั่งคนรถว่า วันนี้ไปทางคลองหก (ทุกวันจะใช้เส้นทางนครนายก-กรุงเทพฯ) ขณะที่รถยนต์วิ่งมาถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี เสียงวิทยุที่คนขับเปิดไว้ก็ประกาศข่าวด่วนว่า เครื่องบินโดยสารของบริษัทการบินไทยประสบอุบัติเหตุตกก่อนถึงกรุงเทพฯ ๒๐ กิโลเมตร ณ กลางทุ่งนารังสิต บริเวณคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ในจำนวนนี้มีพระสงฆ์มรณภาพ ๗ รูป เป็นพระสายป่า ๕ รูป คือ  พระอาจารย์วัน อุตตโม  หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม  พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ  พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร  พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม


 

          เมื่อรถวิ่งมาถึงคลองหกก็มองเห็นชาวบ้านสับสนอลหม่าน วิ่งบ้าง เดินบ้าง  ตำรวจทหารแน่นทั้งสองข้างทาง ควันขาวๆ พวยพุ่งอยู่กลางท้องนาด้านหน้า หลวงปู่สมชายให้คนขับจอดรถ แล้วท่านก็เดินตรงไปที่ซากเครื่องบินที่ตกกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางไทยมุงที่แน่นขนัด หลวงปู่สมชายและพระเณรทั้งหมดได้ช่วยกันเก็บอัฐบริขารของครูบาอาจารย์ออกมาวางไว้ในสถานที่อันเหมาะสม ท่านเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังหยิบชิ้นส่วนของครูบาอาจารย์ว่า

"ท่านอาจารย์วันท่านอาจารย์จวน มาบอกเมื่อคืนว่า ให้ช่วยไปเก็บธาตุขันธ์ให้ท่านด้วย ก็รับปากท่านไว้เมื่อคืน"

 

 

           จากนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินการต่อไป ตกกลางคืน หลวงปู่สมชายก็ไปกราบนมัสการร่างของครูบาอาจารย์ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ขณะที่นั่งรอเวลาอยู่นั้น ท่านต้องตอบคำถามของทั้งพระทั้งโยมให้ทุกคนเข้าใจว่า

"ไม่มีใครในโลกนี้หนีกรรมได้ วิบากกรรมของท่านหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง ให้ห่วงตัวเราเองนี้ให้มาก ทำตัวเราเองให้ดีที่สุด. นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง"

หลวงปู่สมชายปรารภกับพระอุปัฏฐากว่า

"สมเด็จฯ พระราชินีท่านเสียพระทัยมาก ... ผมเพิ่งเห็นน้ำตาท่านหลั่งไหลมากก็คราวนี้แหละ"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-juan/lp-juan-hist-12.htm


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ