หนุ่มโพสต์ระบาย พ่อแม่รับราชการ 20ปี ทำงานตรงไปตรงมา ถูกกลั่นแกล้งเป็นคดีความ  ถ้าท่านไม่เป็นคนดี ครอบครัวเราคงมีแต่ความสุข?

หนุ่มโพสต์ระบาย พ่อแม่รับราชการ 20ปี ทำงานตรงไปตรงมา ถูกกลั่นแกล้งเป็นคดีความ ถ้าท่านไม่เป็นคนดี ครอบครัวเราคงมีแต่ความสุข?

Publish 2018-12-15 01:21:03


ถือเป็นเรื่องราวที่กำลังเป็นที่พูดถึงและความความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับกระทู้ในเว็บไซต์ออนไลน์อย่าง pantip โดยสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า อยากเป็นอัจฉริยะ โดยระบุข้อความว่า สวัสดีครับ ผมอยากเล่าประสบการณ์อันสุดเจ็บปวดที่ครอบครัวของผมกำลังเผชิญครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเชื่ออยู่เสมอว่า “ทำดีย่อมได้ดีทำชั่วย่อมได้ชั่ว”  ถ้าเราทำทุกอย่างถูกต้อง คนชั่วก็ไม่อาจทำอะไรเราได้ และเรายังสามารถจัดการกับคนชั่ว อย่างถูกต้องตรงไปตรงมาได้เสมอผ่านหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ.....

แต่ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป ผมก็ได้รับรู้เรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ของสังคม และยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของพ่อแม่ผม ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่เคยเชื่อนั้นผิดมหันต์ สิ่งที่เป็นใหญ่ในสังคมนี้ ไม่ใช่ความถูกต้องหรือกฎหมายหรอกแต่มันคือเงิน อำนาจ และพรรคพวกต่างหากที่อยู่เหนือกฎหมายและความถูกต้อง 
เหมือนกับว่าเรื่องความถูกต้อง ความยุติธรรม ความดีนั้น มีจริงแค่ในแบบเรียนที่ใช้สอน(หลอก) เด็กรุ่นใหม่ เพื่อปิดบังความจริงเท่านั้นเอง



คุณแม่ผมทำงานรับราชการครับ ท่านทำงานอย่างตรงไปตรงมาอยู่เสมอ และนั่นทำให้ครอบครัวผมพบเจอแต่ความยากลำบาก ถูกกลั่นแกล้ง เป็นคดีความอยู่ตลอดให้ต้องขึ้นศาลจ้างทนาย ถูกสอบสวนอยู่ตลอดเป็นเวลาเกือบ 20ปี ครอบครัวแทบจะไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันเลย เพราะต้องคอยกังวลว่ามีเงินไม่พอ จะต้องเก็บเงินไว้ต่อสู้ ไว้จ้างทนาย หรือในวันที่เราวางแผนจะออกไปเที่ยว จะมีหน่วยงานไหนที่เราติดต่อไว้จะติดต่อมาขอข้อมูลหรือเปล่า เจ้าหน้าที่จะนัดพบไหม จะมีการนัดสอบหรือเปล่า ยังไม่รวมถึงความยากลำบากในการทำงานจากการถูกกลั่นแกล้งหาเรื่องตลอดเวลา และแน่นอนไม่ได้เติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แบบที่ว่าทำงาน 20ปี ตำแหน่งเดิม เงินเดือนเท่าเดิม....


เข้าเรื่องกันดีกว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 ปีที่ผมเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่พรากรอยยิ้มและช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวผมไปจนแทบหมดสิ้นจนถึงทุกวันนี้ คุณแม่ผมได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้างในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 7 ชั้นของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในสังกัดกรม ก. กระทรวง ส. และได้พบการทุจริตและประพฤติมิชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงานในหลายๆเรื่อง แต่สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานทางวิชาการด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง 
อาคารขาดความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรมการก่อสร้าง

2. การติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างและช่องแสงผิดไปจากรูปแบบสัญญากำหนด

3. การก่อสร้างลานจอดรถ และงานถนนรอบอาคาร ไม่เป็นไปตามแบบกำหนด

4.การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามที่สัญญากำหนด แต่กลับขยายเวลาและตรวจรับงานทั้งที่งานยังไม่เสร็จเรียบร้อย

    
ในช่วงแรกคุณแม่ผมได้ทำหนังสือแจ้งถึงผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ดำเนินการกับผู้ควบคุมงานที่มีพฤติกรรมทุจริต แต่แทนที่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง กลับส่งต่อหนังสือที่แม่ผมแจ้งไปให้ต้นสังกัดของผู้ควบคุมงาน ทำให้ผู้คุมงานและพรรคพวกฟ้องแม่ผมถึง 5 สำนวนคดีทั้งแพ่งและอาญาเรียกค่าเสียหายถึง 7 ล้านบาท 

แม่ผมได้ทำหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง(ตามระบบราชการ) เพื่อให้อธิบดีกรมทำหนังสือให้อัยการ ช่วยเหลือในเรื่องคดีความ เพราะเรื่องนี้เป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการแต่ท่านอธิบดีกลับเพิกเฉย โดยสรุปว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้พ่อแม่ผมต้องจ้างทนายมาแก้ต่างเองและหมดเงินไปอีกหลายแสน (ไม่นับว่าโดนทนายเลวๆ หลอกเงินอีก) 

ในระหว่างที่มีคดีนั้น ทางผู้บังคับบัญชาของคุณแม่ผมก็ได้เติบโตในหน้าที่การงานจนเป็นอธิบดีกรมและได้เรียกตัวคุณแม่ผมเข้ามาพบ เพื่อสั่งให้คุณแม่ผมไปขอขมาลาโทษกับพวกพ้องของตัวเองซะ และยอมปล่อยเรื่องนี้ไป แล้วจะให้พรรคพวกถอนฟ้องให้ แต่แม่ผมไม่ยอมเพราะมันไม่ถูกต้อง 

ปัจจุบันคดีทั้งหมดนี้ก็สิ้นสุดแล้วโดยศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลเห็นว่าแม่ผมทำถูกต้อง รักษาผลประโยชน์ของชาติตามหน้าที่ของประชาชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และสิ้นหวังกับความยุติธรรมภายในองค์กรตัวเอง

ขอย้อนไปในระหว่างที่มีคดีนั้น แม่ผมก็ได้ยื่นเรื่องฟ้องไปทาง ปปช. สตง. องค์กรวิชาชีพวิศวกรรม น.ส.พ. สำนักนายก(สมัยทักษิณ) และวุฒิสภา แต่ผลที่ได้รับหลังจากรอคอยมานานเกินสมควรทำให้รู้สึกสิ้นหวังมาก มีเพียงวุฒิสภาเท่านั้นที่พอจะมีหวังขึ้นมาบ้าง โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภา นำโดย พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายทองใบ ทองเปาว์ เป็นต้น

จนการสอบสวนเสร็จสิ้น มีบทสรุปออกมาว่า บุคคล และคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีความผิดจริงและคุณแม่ผมได้รับประกาศเชิดชูเกียรติจากวุฒิสภาอีกด้วย

 


 



แต่ก่อนที่รายงานผลการพิจารณาสอบสวน ราว 500 หน้า จะได้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้หมดวาระลงซะก่อน(บิ๊กบังปฏิวัติ) ทำให้เราไม่สามารถทราบผลการดำเนินการว่าเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผมทราบกลุ่มผู้ร่วมประพฤติมิชอบก็ยังคงรับราชการอยู่ต่อไปเป็นปกติ
เมื่อกลุ่มผู้ทุจริตไม่ถูกลงโทษซ้ำร้ายยังเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน เมื่อหัวกระดิกหางย่อมต้องส่าย เพื่อส่งต่อความมุ่งร้าย อคติ ร่วมกันกลั่นแกล้งคุณแม่ของผมเรื่อยมาจวบจนถึงทุกวันนี้มันก็ยังคงดำเนินอยู่หากเล่าแบบสั้นๆ
ในเรื่องที่ถูกกลั่นแกล้งก็มีประมาณนี้

- ถูกสั่งย้ายหน่วยงานให้ไปทำงานในหน่วยงานที่ไม่มีความชำนาญ

- ไม่เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน ไม่ได้รับการปรับตำแหน่งและเงินเดือนมา 20ปี

- สอบเพื่อเลื่อนตำแหน่งผ่านตามเกณฑ์และคุณสมบัติ แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่ง

- ถูกขัดขวางและกลั่นแกล้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก

- พยายามยัดเยียดให้รับสินบน เพื่อจัดฉากยัดเยียดความผิดให้

- ถูกกดดันให้ทำงานที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบและส่อไปในทางทุจริต

- ผู้บังคับบัญชาจงใจสร้างเรื่องสร้างเหตุ ให้พรรคพวกนำมาฟ้องเป็นคดีหมิ่นประมาท 
เพื่อให้เป็นคดีความ เสียหาย และได้รับความยากลำบากในการสู้คดี

- ถูกมอบหมายงาน และถูกตั้งกรรมการสอบในงานต่างๆ ที่มอบหมายเพื่อหาความผิดให้

- ถูกกล่าวหาและสั่งสอบในข้อหาร้ายแรง ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานและข้อมูลใดๆรองรับ

- ถูกคุกคาม ข่มขู่จะทำร้าย ลวนลาม หลายกรณี แต่ผู้บังคับบัญชาเพิกเฉยในคำร้องทุกข์-เรียน

- ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมใดๆ ก็ถูกเพิกเฉยในทุกกรณี

ผมมีรายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดที่ผมอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งตลอดระยะเวลา 19ปี ที่ผ่านมา แต่เกรงว่าถ้าลงรายละเอียดทั้งหมดบทความนี้จะยืดยาวเกินไป ไว้ผมจะมาเล่าเรื่องราวและวิธีการที่แม่ผมถูกกลั่นแกล้งเพื่อให้มีมลทิน และเพื่อที่จะนำมลทินนั้นมาลงโทษแม่ผมต่อไป ในโอกาศหน้านะครับ

 

อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิก pantip อยากเป็นอัจฉริยะ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี