พ่อร่ำไห้หลัง "น้องดิน" หายตัวนาน 10 วัน เชื่อมีคนพาตัวไป

Publish 2019-03-14 22:26:53


จากกรณี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 01.00 น. นายหัสดิน ไชยเพ็งจันทร์ อายุ 18 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ125 สีแดงดำ ทะเบียน 625 ฉะเชิงเทรา มาจาก อ.พนมสารคาม มาตามถนน304 แต่ปรากฏว่าระหว่างทางได้หายตัวไป โทรติดต่อช่วงเวลา 08.00 น. ของวันที่5 มีนาคม สามารถติดต่อได้แต่ไม่มีคนรับสาย จนถึงเวลา 13.00 น. วันเดียวกันไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ปกครองยืนยันว่า นายหัสดีนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ใด ล่าสุดแจ้งความไว้ที่ สภ.เขาหินซ้อน

 

 



คืบหน้าล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก "รถตระเวนข่าว V.2" ได้ระบุว่า....คุณพ่อ คำพัน ไชยเพ็งจันทร์ ซึ่งทุกวันนี้ไม่ได้ออกไปทำงานตามปกติ เพราะต้องเดินเรื่อง เข้าๆออกๆโรงพัก ส่งข้อมูลให้ตำรวจช่วยติดตามคดีที่ น้องดิน หรือ นายหัสดิน ไชยเพ็งจันทร์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ปวช.ปี 3 #วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากเดินทางกลับจากบ้านเพื่อนเพียงลำพัง

 

 

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา น้องดิน ขี่รถ จยย.ออกจากโรงเรียนโดยมีเพื่อนชื่อ นายเอิร์ท ซ้อนท้ายไปยัง บ้านเพื่อนชื่อ นายม่อน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนไปประมาณ 7 กม. หลังจากนั้น เวลาประมาณ 22.00 น. คุณพ่อได้โทรศัพท์ติดต่อหา น้องดิน ซึ่งเจ้าตัวรับสายแล้วยืนยันกลับมาว่า "กำลังจะเดินทางกลับแล้วพ่อ" สองพ่อ-ลูก เข้าใจตรงกันผ่านโทรศัพท์ แต่ว่า...หลังจากตอนนั้น คุณพ่อติดต่อน้องดินไม่ได้อีกเลย กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมา 1 วันเต็ม

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-พ่อจนใจแล้ว ลูกชายหายตัวร่วม 10 วัน!

 

คุณพ่อไปหาลูกชายที่โรงเรียนเพราะเข้าใจว่า อาจนอนค้างบ้านเพื่อนแล้วเลยไปเรียนต่อ หากแต่จากการสอบถาม นายเอิร์ท เพื่อนสนิท เจ้าตัวยืนยันว่า "น้องดิน" เดินทางกลับมาก่อนเพียงคนเดียว โดยขี่ รถ จยย.ของ นายม่อน ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 110 เป็นยานพาหนะเดินทาง ส่วนรถจักรยานยนต์ของน้องดิน จอดทิ้งไว้ที่บ้านนายม่อน ข้อมูลที่คุณพ่อได้รับ สร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก จนทำให้คุณพ่อตัดสินใจขอพูดคุยกับนายม่อน ก่อนได้รับทราบว่า รถของน้องดิน ยังอยู่ที่บ้านนายม่อน แต่รถของนายม่อน หายไปกับน้องดิน แถมน้องดินยัง ขี่ รถ จยย.เดินทางกลับมาเพียงลำพัง สำหรับระยะทางระหว่าง บ้านน้องดิน และ บ้านนายม่อน หากใช้เส้นทางถนนสาย 304 จะห่าง กันประมาณ 34 กม.

 

 



ความไม่กระจ่างของข้อมูล ทำให้คุณพ่อตัดสินใจออกตามหาลูกชาย ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. จนถึงในขณะนี้ พร้อมเข้าแจ้งความที่ สภ.พนมสารคาม หากแต่ตำรวจรับเรื่องเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการตามหาตัวลูกชายคุณพ่อลงพื้นที่ตามหาด้วยตนเอง #เบื้องต้นไม่พบแม้แต่ร่องรอยของน้องดิน ( มีการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กด้วย ) จากวันแรกที่ตามหา จนมีถึงวันนี้ ผ่านไปเป็นเวลา 10 วันแล้ว เบาะแสที่คุณพ่อมี ทราบแต่เพียงว่า ก่อนเกิดเหตุน้องดินเดินทางไปบ้านเพื่อน ด้วย รถ จยย.ของตัวเอง แต่เมื่อเดินทางกลับบ้านกลับใช้ จยย.เพื่อน

 

 

ทั้งที่คุณพ่อยืนยันว่า "น้องดินเป็นคนรักรถมาก" จึงสงสัยว่าแล้วทำไมม่อน ต้องให้รถของตนเองแก่น้องดิน เพื่อขี่กลับ กระทั่งคุณพ่อยังได้ตัดสินใจเดินทางไปหา น้องม่อน ซึ่งเป็นเพื่อนที่ให้รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ ของตนเอง สลับให้น้องดินขี่กลับบ้าน หากแต่กลับไม่พบตัวม่อน ที่บ้านแจ้งแต่เพียงว่า "ไม่อยู่" เช่นเดียวกับเพื่อนที่โรงเรียน ระบุว่า ไม่เห็นม่อนมาประมาณ 2-3 วันแล้ว คุณพ่อ ยืนยันกับแอดว่า ไม่ได้คิดว่าลูกชายจะโชคร้าย เหมือนเช่นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวเชื่อว่า ลูกชายยังอยู่ โดยคิดว่า

1.น้องดินอาจถูกตำรวจจับในคดี จยย. แต่ไม่มีเงินประกันตัวเลยถูกส่งขัง
2.น้องดินอาจประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัสหมดสติ และ ถูกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

 

 

แต่จาก 2 ประเด็นข้างต้น คุณพ่อ ประสานไปยังโรงพยาบาลหรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ใน จ.ฉะเชิงเทรา หมดแล้ว และ ไม่มีรายงานอุบัติเหตุในพื้นที่ หรือ มีผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียนอาชีวะ อายุ 18 ปี แม้แต่เคสเดียว เช่นเดียวกับทุกโรงพักในสังกัดตำรวจภูธรฉะเชิงเทรา และ จังหวัดใกล้เคียง ไม่พบข้อมูลการควบคุมตัวน้องดิน หรือ วัยรุ่นสวมชุดอาชีวะ ถูกส่งตัวมาดำเนินคดีใดๆเลยเช่นกัน คุณพ่อ ยังหวังว่า น้องดิน ยังอยู่ในที่แห่งหนึ่ง หากแต่อาจประสบเหตุการณ์อะไรบางอย่างจึงยังไม่ปรากฎตัว.

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-พ่อฟังคำทำนายจากหมอดู หลัง "น้องดิน" หายตัวนาน 10 วัน ลั่นบอกให้ทำใจ

-เมียใจสลาย หลังผัวหายตัวนาน 1 เดือน ก่อนพบร่างถูกฝังดิน เจอหลักฐานมี "กิ๊กสาว" เอี่ยวด้วย
-หัวอกคนเป็นพ่อ...ลูกสาวหายตัวปริศนา ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.!
-น้องสาวเอะใจ หลังเจอเรือ-ข้าวของ อยู่ที่ท่าน้ำ แต่พี่สาวกลับหายตัว เจออีกทีกลายเป็นศพ

 

ขอบคุณ : รถตระเวนข่าว V.2

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วีรวิชญ์ ชมภูทรัพย์ศิริ
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์