พ่อน้องลูกครึ่ง กำหนดวันบินด่วน ยื่นสิทธ์นำลูกกลับไปดูแล

พ่อน้องลูกครึ่ง กำหนดวันบินด่วน ยื่นสิทธ์นำลูกกลับไปดูแล

Publish 2019-04-01 13:21:19


จากกรณี ด.ช.ลูก้า นิรันดร์ โบเรล 12 ปี ด.ญ.พาเมลา นิรันดร์ โบเรล อายุ 11 ปี ลูกครึ่งไทย- สวิตเซอร์แลนด์ ที่เคยตกเป็นข่าวพลัดตกจากที่สูง 4 คนพี่น้อง แต่รอดชีวิตเพียง 2 คน ได้หลบหนีออกจากบ้านพักย่านรามคำแหง เพื่อออกตามหาพ่อชาวสวิตเซอร์แลนด์ หลังถูกแม่ซึ่งเป็นคนไทยทำร้ายร่างกายหลายครั้งเพราะทำความสะอาดห้องไม่เรียบร้อย จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาเพื่อมาตามหาพ่อที่พักอยู่ในซอยมีสทีน (รามคำแหง160) ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้า  

 

 



2 ลูกครึ่ง หนีออกจากบ้าน หลังถูกแม่ทำร้ายร่างกาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สั่งสอบแม่ 2 เด็กลูกครึ่ง หลังหนูน้อยเปิดปากโดยทำร้ายนานนับปี

ต่อมาความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ได้เปิดเผยคำพูดของ นางสาวมีนี่ คนสนิทของพ่อเด็ก ได้เผยว่า ตอนนี้สภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 คนดีขึ้น เริ่มยิ้มแย้มพูดคุยแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และยืนยันว่าจะไม่กลับไปอยู่กับแม่ โดยตลอด ตลอดช่วงที่ผ่านมามักจะโดนแม่ทุบตีมาตลอด และเตะที่แผลจากอุบัติเหตุตกจากตึก อีกทั้งแม่ไม่เคยพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล แต่ซื้ออุปกรณ์มาให้เด็กทำกันเอง บางครั้งมีแผลคล้ายหนอง ลำตัวมีรอยขีดข่วนด้วยเล็บ ซึ่งการหนีออกจากบ้านเพื่อไปหาพ่อ ไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีตตอนที่เด็กทั้งหมดอยู่กันครบ 4 คน ทุกคนก็เคยเก็บข้าวของ ตั้งใจจะหนีแม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ ถูกตีและสั่งห้ามไว้

สองลูก ครึ่ง หนีออกจากบ้านไปตามหาพ่อ เพราะถูกแม่ทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้ ตนพูดคุยและแจ้งความคืบหน้าให้พ่อเด็กทราบโดยตลอด ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่สามารถเดินทางมาจัดการทั้งหมดได้ด้วยตนเอง แต่ได้มอบหมายให้ทนายความและคนสนิทดำเนินการแทนทั้งหมด มีการเตรียมเอกสารเพื่อจะยืนยันสิทธิ์และรับลูกกลับไปดูแล เนื่องจากแม่ไม่มีความสามารถที่จะดูแลลูกได้ และคาดว่าไม่เกินวันที่ 9 เม.ย. 62 หลังจากที่พ่อเสร็จงานจากต่างประเทศก็จะรีบบินกลับมาไทย เพื่อดำเนินการทั้งหมด ยอมรับว่าด้วยข้อกฎหมาย พ่อคือคนต่างประเทศ อาจจะเป็นอุปสรรคบ้าง แต่เชื่อว่าแม่เด็กทำร้ายลูกจริง และลูกยืนยันว่าจะไม่กลับไปหาแม่ ส่วนเรื่องของการพาไปต่างประเทศ จะต้องมีการตรวจพิสูจน์และดำเนินการตามกฎหมายก่อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเน็ตแห่ขุดประวัติแม่ 2เด็กลูกครึ่ง ถามถึงเงินบริจาค พร้อมโยงถึงเหตุการณ์ล่าสุด



สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น พ.ต.อ จิรกฤต จารุนภัทร์ ผู้กำกับการ ดส. เปิดเผยความคืบหน้า การตรวจสอบประวัติ น.ส.รัต( นามสมมุติ ) แม่ของเด็ก พบว่า ในปัจจุบันนี้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ย่านที่มีชาวต่างชาติพลุกพล่าน ซึ่งเชื่อว่า หน้าที่การงานมีความเป็นหลักแหล่ง

ส่วนประเด็น เคยต้องคดียาเสพติด พบว่า มีชื่อปรากฎในประวัติเมื่อหลายปีก่อน แต่จากพฤติกรรมในปัจจุบัน ทางญาติ ยืนยันว่า น.ส.รัต เลิกราจากสิ่งเหล่านี้ไปหมดแล้ว แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องสอบสวนเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอีกครั้ง เนื่องจากปัญหายาเสพติด อาจถือว่า สามารถสร้างปัญหาให้แก่เด็กได้ หากสองหนูน้อยต้องพักอยู่ใกล้บุคคลที่มีปัญหาเหล่านี้

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา คุณมีมี่ เพื่อนสนิทชาวไทยของ นายเลออง พ่อของเด็กทั้งสอง ระบุว่า ในขณะนี้ นายเลออง ทราบปัญหาของลูกๆแล้ว จากการประสานงานของหน่วยงานไทย
โดยเจ้าตัวเตรียมบินกลับมาเยี่ยมลูกในวันที่ 12 เมษายน นี้ ส่วนจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอรับสิทธิ์นำลูกกลับไปดูแลต่อหรือไม่นั้น ตนเองไม่มีข้อมูล เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว
ของ นายเลออง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 2 ลูกครึ่ง เผยความจริงเรื่องแม่ เห็นหลักฐานชัดในห้อง (คลิป)

 

ส่วนประเด็น มูลนิธิรณสิทธิ์ เตรียมส่งมอบหลักฐานเพิ่มเติมให้แก่ตำรวจ กรณี พฤติการณ์ของแม่เด็ก ล่าสุด ยังอยู่ระหว่างรวบรวม เนื่องจาก หลักฐานบางอย่างเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และ จำเป็นต้องรอผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลรัฐบาลเพื่อมาประกอบสำนวน เช่นเดียวกับ หลักฐานจากคำบอกเล่าของเด็ก กรณียาต้องสงสัยสีส้ม ทางฝ่ายสืบสวนเตรียมขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจสอบห้องพักของ น.ส.รัต นำของกลางไปพิสูจน์ว่าแท้จริง เป็น ยาแก้โรคซึมเศร้า หรือ ยาเสพติด 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "ตา" เผย เรื่องราวอีกด้าน 2 ลูกครึ่ง

น.ส รัตน แม่ ของ สองเด็ก ลูกครึ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 2 ลูกครึ่งเคยเจอของคุณไสยในบ้าน

ขอบคุณข้อมูลจาก รถตระเวนข่าว 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์