พ่อ 2 พี่น้องลูกครึ่ง ลุยเดินหน้าสู้ทวงความเป็นธรรม ขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

พ่อ 2 พี่น้องลูกครึ่ง ลุยเดินหน้าสู้ทวงความเป็นธรรม ขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

Publish 2019-04-10 12:21:59


จากกรณีที่สองพี่น้องลูกครึ่งอิตาลีที่เคยประสบอุบัติเหตุตกจากชั้น 4 ของอาคารที่พัก และหนีออกจากบ้าน โดยบอกว่าไม่อยากอยู่กับแม่ และอยากไปอยู่กับพ่อ รายการโหนกระแสได้เชิญ แม่และยายของเด็กมาพูดคุยในรายการ ซึ่งแม่และยายของเด็ก ยืนยันว่า เคยดุด่า และตีลูกบ้างถ้าลูกทำผิด แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่เคยตีลูกเลย และพาลูกไปหาหมอตลอด
 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  -2 ลูกครึ่ง เผยความจริงเรื่องแม่ เห็นหลักฐานชัดในห้อง (คลิป)



ส่วนเงินบริจาคที่ได้มาเมื่อครั้งที่ประสบอุบัติเหตุก็ใช้จ่ายในการดูแลลูกทั้งหมด รวมทั้งยืนยันว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เนื่องจากกินยาลดความอ้วนที่ไม่ผ่าน อย. ถ้าจะตรวจสารเสพติด ก็ต้องขอปรึกษากับทนายก่อน
 


ขณะที่ทางด้านนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่ให้การดูแลเด็กทั้งสองคน บอกว่า ตอนนี้เด็กสุขภาพดี ร่าเริง ซึ่งเด็กไม่ได้ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนความต้องการของเด็กที่อยากอยู่กับพ่อ อาจเกิดจากเด็กที่ชอบการเลี้ยงดูในแบบของพ่อมากกว่า รวมทั้งอยากฝากสังคมให้ความเป็นธรรมและช่วยกันดูแลสภาพจิตใจแม่ของเด็กด้วย ที่เพิ่งสูญเสียลูกจากอุบัติเหตุและเหตุการณ์ล่าสุดที่ลูกหนีออกจากบ้าน 

 

ต่อมาทางเพจเฟซบุ๊กล่า ได้อัพเดทความคืบหน้าโดยทางพ่อของเด็กเดินทางถึงเมืองไทยแล้ว เพื่อรอพบหน้าลูกๆ ซึ่งกำลังปรึกษาแนวทางการช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่อยู่ ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า  พ่อมาเเล้ว ลุ้นว่าจะได้เจอลูก ไม่อยู่กับเเม่อีกตลอดชีวิต รอวันนี้ #พ่อขอพูดบ้าง ยังไงวันนี้ขอพบลูก โดยวินาทีที่พบหน้าลูก ลูกทั้งสองได้โผกอดผ่านรั้ว และยังไม่ได้เจรจากับแม่ของเด็ก ว่าจะให้ใครเป็นผู้ดูแล

 

2 พี่น้องลูกครึ่ง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง   -2 พี่น้องลูกครึ่งโผกอดพ่อบินจากต่างประเทศผ่านรั้ว
 



ล่าสุดนายมาร์เซล เลออง โบเรล พ่อของน้องลูกครึ่งทั้ง 2 คน ได้เปิดใจเล่า วินาทีที่พบหน้าลูก บอกว่า ตนได้พบลูกๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นาทีที่พบกัน ลูกๆยิ้มและโผเข้ามากอดตน ถือว่าเป็นวันที่วิเศษที่สุด ตนมีความสุขมาก ซึ่งตนหวังมาตลอดว่าพวกเขาจะมีความสุขและได้กลับมาหาตนอีกครั้ง และเนื่องจากไม่ได้เจอกันนานจึงทำให้มีหลายเรื่องที่ได้พูดคุยกัน โดยตนได้ซื้อของฝากจากออสเตรเลียมาให้เด็กๆด้วย

 


ที่ผ่านมาตนเป็นอาจารย์สอนภาษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์เทเรซา มาเกือบ 10 ปี โดยเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่ยังอยู่กินกับแม่ของเด็กที่บ้านพักในซอยมิสทีน มีช่วงหนึ่งที่แม่ของเด็กต้องเข้ารับการบำบัดยาเสพติด พอเสร็จสิ้นการบำบัดกลับมา แม่ของเด็กก็ยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตนจึงขอแยกทาง และขอเลี้ยงดูลูกๆ โดยให้แม่ของเด็กไปอยู่ที่อื่น แต่สามารถมาเยี่ยมลูกๆ ได้

 

ต่อมาวันหนึ่ง แม่ของเด็กกลับพาลูกๆ หนีตนไป และไม่ยอมให้ตนพบลูกๆอีก ตลอดระยะเวลาหลังจากนั้น ตนยังคงเฝ้ารอการกลับมาของลูกๆอยู่ที่บ้านหลังเดิมในซอยมิสทีน แต่ในวันนี้ ตนได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่แล้ว และเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อต้อนรับลูกๆ กลับสู่อ้อมอกของตนอีกครั้ง

 
 

 

ทันทีที่ทราบข่าวว่าลูกๆ หนีออกจากบ้านมาตามหา ตนถึงกับช็อคและน้ำตาไหล แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน โดยขณะนั้นตนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อทำงานพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม ตนจึงเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้กลับมาเจอลูกๆ โดยเร็ว ก่อนหน้านี้ที่ยังอยู่ด้วยกันกับแม่ของเด็ก ตนเห็นเด็กถูกแม่ตีด้วยไม้แขวนเสื้อเป็นประจำ เวลาที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ จนตนถึงกับบอกแม่ของเด็กว่า หากยังใช้ไม้แขวนเสื้อตีลูกอีก ตนก็จะใช้ไม้แขวนเสื้อตีแม่ของเด็กคืนบ้าง

 

 

ส่วนที่มีกระแสข่าวบอกว่าตนก็ตีลูกเหมือนกัน ซ้ำยังตีแรงกว่าแม่ของเด็กอีกด้วย ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาไม่เคยตีลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องนี้สามารถถามจากเด็กๆได้

 

 

 

สำหรับกระบวนการต่อสู้เพื่อแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินความพร้อมและความสามารถในการเลี้ยงดูของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะทำการประเมินในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขณะนี้เด็กๆจะต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองเด็กพม. ต่อไปก่อน ซึ่งตนจะไปขอเข้าพบลูกๆใ นช่วงประมาณ 10 โมงทุกวัน เพื่อพูดคุยและซื้อสิ่งของที่อยากได้ไปให้

 

อย่างไรก็ตาม พ่อเด็กยังบอกด้วยว่า ตนเองมีความพร้อมที่จะต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยพร้อมที่จะให้ความรักความอบอุ่น และอบรมสั่งสอนลูกๆ ซึ่งลูกๆควรได้รับความสุข ได้เรียนหนังสือ ได้ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป ได้รับทุกอย่างเหมือนที่เด็กคนอื่นได้รับ ในส่วนของแม่เด็กนั้นตนไม่อยากพูดถึงและไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ตนจะไม่ยอมให้มาทำร้ายลูกอีก ยอมรับว่ามีความกังวลกับขั้นตอนการต่อสู้อยู่บ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนเคยต่อสู้เรื่องนี้มาเป็นเวลานาน แต่ท้ายสุดก็ยังไม่ได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดู อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และจะต่อสู้ให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-2 ลูกครึ่งเคยเจอของคุณไสยในบ้าน
-"ตา" เผย เรื่องราวอีกด้าน 2 ลูกครึ่ง

 

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊กล่า 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์