กานต์ วิภากร โพสต์บอก เสก โลโซ ถูกกีดกันไม่ให้พบหน้าลูก

กานต์ วิภากร โพสต์บอก เสก โลโซ ถูกกีดกันไม่ให้พบหน้าลูก

Publish 2019-04-28 11:06:55


หลังจากที่กานต์ วิภากร โพสต์เฟซบุ๊กประกาศทุ่มเงิน 20 ล้าน รับขวัญลูกชายคนโตเรียนจบ โดยจะให้น้องเสือเป็นเงินทำทุน และยกธุรกิจเต็นท์รถให้บริหารด้วยนั้น ก็ทำเอาหลายคนชื่นชมในความใจป้ำของแม่ที่มีต่อลูก 

    
 



กานต์ วิภากร ทุ่มเงิน 20 ล้าน ให้ลูกชายทำทุนหลังเรียนจบ

 

อ่านข่าว : กานต์ วิภากร ทุ่มเงิน 20 ล้าน ให้ลูกชายทำทุนหลังเรียนจบ

 

 

 

ล่าสุดในเฟซบุ๊ก Wiphakorn Karn กานต์ได้โพสต์ข้อความฉะเดือด ระบุว่า "จะอธิบายให้ฟังและทำความเข้าใจกันนะคะ

 

1.กานต์ไม่เคยกีดกันพ่อลูกเลยถึงแม้จะทะเลาะกันหนักหนาบางช่วง และให้เสกมาเยี่ยมลูกที่บ้านได้ทุกเวลาแต่เสกจะมาไม่ค่อยได้ มาได้ก็10นาที เหลือมจะโทรจิกอย่างไร้มารยาทและโทรถามไอ้อัดถึงสถานการณ์ตลอดเวลา

 

2.พ่อลูกเจอกัน10นาที จะคุยไรกันได้ อยากรู้

 

3.เหลือมใจแคบและเลวร้ายมากที่ไม่ยอมให้เวลาพ่อมาพบลูก

 

4.ที่กานต์ไม่อยากให้ลูกไปหาเสก มีเหตุผลเดียว สาบานได้คือ ไม่อยากให้ลูกเจออีเหลือมเพราะลูกกานต์เป็นผญ ค่อนข้างเซ้นซิทีฟคืออาจผิดหวังถ้าเจอผญคนอื่นอยู่กับพ่อโดยเฉพาะลอนดอนซึ่งกานต์เคยขอร้องอีเหลือมแล้วว่าอย่าเพิ่งนะเพราะลอนดอนยังเล็กและบริสุทธิ์ หวงพ่อ มันก็โอเคแต่...

 

5.ทุกอย่างช่างยุ่งยากไปหมดเพราะอีเหลือม ถ้ามึงไม่อยากต้องแอบหรือออกไปอยู่ข้างนอกรอลูกเค้ากลับ มึงก็ต้องปล่อยพ่อมาหาลูกเอง ง่ายชิบหาย

 

6.ครั้งนี้กานต์เลยให้ลูกซื้อของกินแวะไปเยี่ยมเพราะเสกไลน์มาคิดถึงลูกบ่อยๆ และพอไปถึง กานต์บอกห้ามให้ลูกเจออีเหลือม บ่อนทำลายความรู้สึก เสกเลยให้อีเหลือมไปซ่อนแอบประมาณ 2 ชม.5555 สะใจ

 

7.เสกบอกเดี๋ยวให้อีเหลือมไปอยู่ข้างนอกถ้ากานต์ให้ลูกไปนอนด้วย กานต์บอก ทำได้ก็โอเค

 

กานต์ เสก และลูก

 

 



8.ขออธิบายเรื่องไบโพล่าของเค้า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมากว่า 20 ปี เราเริ่มรู้ว่าเค้าเป็นไบโพล่าเมื่อประมาณ 15 ปีให้หลัง และอาการของเค้าคือ

 

-ไม่กล้าเจอใครเลย และกลัวกังวลไปซ่ะทุกเรื่อง

 

-ต้องให้เราอยู่กับเค้าแค่คนเดียวเท่านั้น ต้องอยู่ตลอด ต้องฟังเค้าคุยทุกเรื่อง และเค้าไม่คุยกับใคร

 

 

 

-เราจะออกไปไหนก็ไม่ได้ ถ้าออกไปแปปเดียวก็รีบโทรตาม สรุปไม่ต้องทำไรเลย ตัวติดกันตลอด

 

-ถ้าเค้ามีงาน เค้าก็จะเอาเราไปด้วยทุกที่ แม้แต่ไปเล่นคอนเสิร์ต เค้ายังไม่นั่งรถไปกับลูกน้องเลย เรานี่แหละคือคนขับรถประจำตัว ขับไปจังหวัดนั่นนี่ให้

 

-เค้าจะไม่มีความสุขอะไรเลย

 

-สิ่งเดียวที่จะทำให้เค้ามั่นใจและร่าเริงได้คือ ยาเสพติด แต่นั่นจะทำให้อาการดีเพลสของเค้ากลับกลายเป็น แมเนียร์

 

-ขออธิบายคำว่าดีเพลส ก็คือ ซึมเศร้าทุกข์ทรมาน วิตกจริต ไม่มีความสุข ขาดความมั่นใจ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ย้ำคิดย้ำทำ หมดหวังในชีวิตทุกอย่าง

 

-แมเนียร์คือ ร่าเริงผิดปกติ โอเวอร์เช่น ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายมาก ๆ ซื้อของหลักล้านตัดสินใจไม่ถึงชม., หลงตัวเองว่าตัวเองยิ่งใหญ่ หรือแม้กระทั่ง Live มาราธอน

 

-เราเคยนั่งคิดนอนคิดทั้งวันและบ่อยมากว่า หรือจะต้องยอมให้เค้าใช้ยาเสพติด เค้าถึงจะมีความสุข ความหวัง และก็ตายลงไปเหมือนนักร้องดัง ตปท. ทั้งหลาย

 

-ซึ่งจนตอนนี้เราก็ยังคิดอยู่เลยว่าจะเอายังงั้นไหม แต่เค้าจะตายนะเพราะเค้าไม่เหมือนคนอื่นคือ โอเวอร์โด๊สเยอะมาก ซึ่งก็หมดปัญญาแล้ว บอกตรง ๆ

 

-โรคนี้ต้องพบจิตแพทย์และกินยาให้เป็นเวลา และต้องกินยาตลอดชีวิต ถ้าขาดเมื่อไร จบ!

 

-แอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นตัวกระตุ้นให้หนักหนาสาหัส แม้แต่เบียร์ก็กินไม่ได้ ถ้าฝ่าฝืนก็ไม่มีทางหาย

 

-โรคนี้ส่วนใหญ่จะพบในบุคคลที่เป็น จีเนียสหรืออัจฉริยะจริง ๆ

 

-นี่คือความน่ากลัวของไบโพล่า

 

-ที่มาอธิบายเนี่ยก็หวังว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆคนให้ทำความเข้าใจกับมัน

 

#สรุป ที่อีเหลือมมันบอกว่าเค้ากลัวเหลือมจะไปแล้วไม่กลับ ขาดเหลือมไม่ได้ บลาๆๆๆ 

 

มึงอย่าเพิ่งทะนงตัวไปเลย กูเจอมาเกือบ20ปี เยอะกว่ามึงหลายหมื่นเท่า อาการนั้นคือโรคไบโพล่า มึงหัดศึกษาบ้างอีปญอ. 

 

แต่มึงแทนที่จะสงสารเค้า ให้เค้ารู้สึกสบายใจโดยการปล่อยให้เค้าไปเยี่ยมลูก ๆ เมีย ๆ ของเค้า เค้าจะได้รู้สึกว่าไม่ได้ทำบาป รู้สึกว่าทำหน้าที่สมบูรณ์ทุกอย่าง ความทุกข์มันก็ยังลดลงได้บ้างอย่างน้อย ไม่ใช่แบบนี้ ฉวยโอกาสกดดันผู้ป่วยตอนอ่อนแอ โหดเหี้ยมเกินมนุษย์ มึงก็เลยเป็นสัตว์เลื้อยคลานอยู่อย่างนั่น"

 

กานต์

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Wiphakorn Karn



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์