หนุ่มน้อยลูกครึ่งป่วยลูคีเมีย หมดเงิน 7 ล้าน สลด รู้ความจริงติด HIV ซ้ำ

หนุ่มน้อยลูกครึ่งป่วยลูคีเมีย หมดเงิน 7 ล้าน สลด รู้ความจริงติด HIV ซ้ำ

Publish 2019-05-04 12:02:26


วันที่ 3 พ.ค. 62 ใน"รายการแฉ" ได้สัมภาษณ์แขกรับเชิญ นายทาเครุ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อายุ 24 ปี พร้อมกับครอบครัว หลัง นายทาเครุ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย ได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนดังอย่างต่อเนื่อง แต่ต่อมากลับพบว่าติดเชื้อ HIV ซึ่งคาดว่ามาจากการถ่ายเลือดระหว่างการรักษา

 

 



แม่ของทาเครุ  เล่าว่า ลูกป่วยเป็นลูคีเมีย ตั้งแต่ 9 ขวบ พาไปรักษาที่โรงพยาบาลหมดค่ารักษาไปเกือบ 7 ล้าน โดยหมอบอกว่าจะทำคีโม 14 ครั้ง ครบคอร์ส จนให้เลือด ถุงที่ 12 ลูกมีอาการทรุด ไข้ขึ้น ยิ่งทรุดลง ผอม พาไปโรงพยาบาลต้องอยู่ห้องปลอดเชื้อ หมอบอกลูกมีวัณโรคแทรก รักษาวัณโรค 6 เดือน จนหาย หมอที่รักษาประจำก็มาถามว่า พ่อแม่มีเชื้อ HIV ไหม แม่ตกใจเพราะพ่อแม่ไม่มีเชื้อ โรงพยาบาลก็เรียกประชุม เรียกทนายมา ตกลงว่าจะรักษาให้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนั้นฝั่งตนไม่อยากเอาความ แต่อยากให้ดูแลลูกให้ดี

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมานั้นการรักษาเป็นไปด้วยดีเนื่องจากลูกใช้ประกันทางญี่ปุ่น เพราะคุณพ่อทำงานบริษัทญี่ปุ่น แต่ต่อมาประกันรู้ว่าต้องรักษา HIV ก็ไม่สามารถต่อประกันได้ ซ้ำพ่อของลูกก็ออกจากที่ทำงาน บอกว่าจะไปทำงานที่เวียดนาม แต่ 3 ปีแล้วยังไม่ติดต่อกลับมา ทำให้ตนหมดหนทาง เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน เนื่องจากแต่งงานไปอยู่ญี่ปุ่นกับสามีตั้งแต่อายุ 22 ปี 

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งระหว่างการรักษา ทาเครุได้มีผลข้างเคียงกับยาของโรงพยาบาล เพราะหันไปรักษาสมุนไพร 2-3 ปี พอตอนนี้ไปโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลกลับบอกว่า ต้องไปหาประวัติมา เพราะเปลี่ยน ผอ. แล้ว ไม่มีประวัติคนไข้ ขาดการรักษาต่อเนื่อง โรงพยาบาลบอกให้ไปเอาเอกสารมา ซึ่งเราไม่มี เพราะตอนที่โรงพยาบาลบอกว่าจะรับผิดชอบก็ไม่ได้ทำสัญญาตกลงอะไรกัน โรงพยาบาลบอกให้ไปรักษา 30 บาท ถ้าไม่ไหว ยังไง ค่อยมาที่โรงพยาบาล

 

 

 



ทางครอบครัวเพิ่งตัดสินใจบอกความจริงเรื่องติดเชื้อ HIV กับ ทาเครุ ก่อนเข้ารายการ หลังปิดบังมาตลอด ส่วนตัว ทาเครุ เองยอมรับว่าตนเองรู้ว่าร่างกายตัวเองต้องมีอะไรที่ผิดปกติ เนื่องจากพฤติกรรมของคนในครอบครัวเปลี่ยนไป เคยคิดว่าทุกคนรังเกียจจนคิดฆ่าตัวตาย

พี่ชายเผยว่า อยากให้โรงพยาบาลกลับมารักษา เพราะน้องควรได้เรียนสูงกว่านี้ ครอบครัวเคยยื่นข้อเสนอ ให้รักษา HIV เพราะหากครอบครัวเราไม่อยู่ น้องจะอยู่ยังไงต่อ อยากให้เขามีเงินช่วยดำรงชีพต่อเดือน เขามีความสามารถพูดภาษาญี่ปุ่น มีงานให้เขาทำที่โรงพยาบาลได้  โดยคุณแม่ทิ้งท้ายว่า ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ไปเกิดกับลูกของคนอื่นอีก

 

 

ขอบคุณ รายการ แฉ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์