สุนัขจรจัด ชอบดักหยุดรถ ต้องเข้าไปเล่นด้วยก่อนไปทำงาน

Publish 2019-06-23 16:35:57


จะดีแค่ไหนถ้าหากมีสุนัขสักตัวที่เราไม่ได้เลี้ยง แต่ก็ยังรักและพยายามที่จะหยุดทักทายเราเสมอมา ถ้ามีหมาแบบนั้นอยู่จริงๆก็คงจะเกิดเป็นเรื่องราวคล้ายกับของหญิงสาวรายนี้ และนี่ก็เป็นเรื่องราวของเจ้าตูบตัวหนึ่งและคุณ  Nattida Boonpiem ได้เล่าว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอได้งานใหม่เลยต้องเปลี่ยนเส้นทางไปทำงานตอนเช้า แล้วเธอกับแฟนหนุ่มก็เจอเจ้าตูบสีน้ำตาลในซอยลาซาลตั้งแต่วันแรกเลย และมันก็มายืนขวางทางรถของเธอเหมือนกับอยากให้หยุดรถลงไปเล่นกับมันก่อน

 

 



แล้วพอเธอกับแฟนของเธอหยุดรถ เจ้าตูบก็พยายามปีนรถเพื่อยื่นหน้ามาหาพวกเธอทางหน้าต่างของตัวรถ โดยมันดูจะสนใจแฟนหนุ่มของเธอมากเป็นพิเศษอีกด้วย เธอจึงโพสต์เล่าเรื่องราวของมันลงในกลุ่ม Gluta Story Club พร้อมกับอธิบายถึงเจ้าตูบว่า "วันแรกที่เราเจอกันก็ปีนหาผู้ชายเลยจ้า กังฟูหมาจร กังฟูหมาหน้าออฟฟิศ"

 

 

ซึ่งพอเธอถามถึงเจ้าตูบกับคนในออฟฟิศ พวกเขาก็ได้เล่าว่าคนแถวนี้เรียกมันว่า กังฟู มันเป็นหมาประจำซอยนั้นที่ทุกคนเอ็นดู แต่ก็ไม่ได้มีเจ้าของเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด ซึ่งสาวผู้โพสต์ก็ได้เล่าถึงเจ้าตูบอีกว่า "มันเฟรนลี่ขี้เล่นมาก ต่อให้ออกมาจากออฟฟิศแล้วไม่เจอนางแค่ตะโกนเรียกชื่อนาง นางก็วิ่งมาหาค่ะ"

 

 



คุณฝ้ายกับแฟนขับรถเข้ามาในซอยเจ้าตูบก็จะรีบวิ่งเข้ามากระโดดเกาะรถแล้ว พอเปิดประตูให้ปุ๊บเจ้ากังฟูก็จะแทบปีนขึ้นมาบนรถเลยทีเดียว แล้วเจ้าตูบก็จะเป็นฝ่ายยื่นมือเข้ามาเพื่อขออาหารเองอย่างแสนรู้ด้วย โดยไม่ต้องรอให้เธอบอกเลย

 

 

เธอกับแฟนหนุ่มก็เลยกลายเป็นเหยื่อของมันให้มันไถหมูปิ้งกินอยู่บ่อยๆ ซึ่งด้วยความน่ารักของเจ้ากังฟูนี้ บางทีคุณฝ้ายกับแฟนก็เลยเสียเวลาไปเยอะกว่าจะได้ไปถึงที่ทำงานเลยทีเดียว เพราะว่าอดใจไม่ไหวที่จะหยุดเล่นและเอาใจกับเจ้าหมาไม่ได้เลยจริงๆ โดยเจ้าตูบนั้นเป็นที่รักของคนแถวนั้นเอามากๆ

 

 

และหลังจากที่เป็นหมาจรจัดมานาน ในที่สุดคนดูแลตึกเช่าแถวนั้นก็เลยรับมันไปเลี้ยง มันเลยมีเจ้าของเสียที แต่เนื่องจากมันก็ยังคงอยู่ในซอยเดิมและถึงจะมีเจ้าของแล้วเธอก็ยังได้เจอมันทุกวันอยู่ดี และมันก็จะมาเกาะรถทักมายเธอกับแฟนหนุ่มเหมือนเดิม กลายเป็นความน่ารักเล็กๆที่เธอได้เจอระหว่างทางไปทำงานอยู่เสมอๆ 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อำมฤทธิ์ สุระสังข์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์