อัพเดทรายชื่อ 3 คน บาดเจ็บเหตุระเบิด พระราม 9 รองโฆษกอสส.เล่าเหตุระทึก!

Publish 2019-08-02 11:35:20


จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลหัวหมาก รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณถนนพระราม 9 กลางซอย 57/1 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เข้ามาจากปากซอย ประมาณ 800 เมตร พบเศษชิ้นส่วนต้นไม้และใบไม้กระจัดกระจาย มีปืนปากกาตก1ด้าม บริเวณข้างกำแพง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นระเบิดปิงปอง 1 ลูก ส่วนผู้บาดเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.บาดเจ็บ 3 ราย 
 


เจ้าหน้าที่เร่งตรสจสอบเพิ่มเติม

ทราบชื่อคือ น.ส.คิสนา ผ่องสีใส อายุ 46 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าด้านขวา ใต้ตา แก้ม คาง หน้าอก และ กระจกตาถลอก ส่วน นางสุนทร รอดเสียงล้ำ  อายุ 56 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณที่คอ ทั้งสองคนถูกนำตัวส่ง รพ.สิรินธร และ น.ส.ศศินิภา เพชรทองหลาง อายุ 38 ปี มีอาการหูอื้อ เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่าแก้วหูแตก และนำส่ง รพ. วิภาราม แล้ว

 

 

จากการสอบถาม นางนงนุช เกิดนิคม และนางสาวสายพิณ มะสันเทียะ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด กทม.เขตสวนหลวง เผยขณะเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตั้งแต่ปากซอยจนถึงบริเวณกลางซอย เริ่มทำตั้งแต่ 08.30 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเป็นก้อนดำๆ วางอยู่กองขยะ

 

 

 

ได้บอกกันอย่าไปยุ่งแต่ น.ส.คิสนา ได้เข้าไปกวาดและโกยใบไม้บริเวณดังกล่าวจึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น เสียงดังสนั่น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนหน้าที่จะเหิดเหตุระเบิดพบมีดยาว 2 ฟุต ทิ้งอยู่ในพงหญ้าและหลังเกิดเหตุยังพบอาวุธปืนปากกาอีก 1 กระบอก

 

 

 

เจ้าหน้าที่เร่งตรสจสอบเพิ่มเติม


ล่าสุด ตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ( พฐ.) เข้ามาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ขณะที่ พลตำรวจตรีธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าโยงกับเหตุคนร้ายวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

 

และเหตุป่วนหลายจุดวันนี้หรือไม่ โดยได้วางประเด็นไว้สามประเด็นคืออาจเป็นคนทั่วไปที่นำมาหลบซ่อนเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมไว้ก่อเหตุ ประเด็นที่2 อาจเป็นนักเรียนที่เตรียมเอาไว้ทำร้ายคู่อริหรือป้องกันตัว ขณะที่ประเด็นสุดท้ายอาจเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์