บิ๊กแดง สั่งเคอร์ฟิวทหาร บังคับกฎเหล็ก 7 ข้อ

บิ๊กแดง สั่งเคอร์ฟิวทหาร บังคับกฎเหล็ก 7 ข้อ

Publish 2020-03-25 11:54:36


วันนี้ ( 25 มีนาคม 2563 ) มีรายงานว่าเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า..

แถลงการณ์ บิ๊กแดง ต่อกำลังพล ทบ. ทั้วประเทศ ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินของ ทบ. รับ “ศอฉ.” สั่ง “เคอร์ฟิว “ทบ. ก่อนเลย ห้ามทหารออกจากบ้านหลัง 3 ทุ่ม เริ่ม 25 มีค.63 ออก7 กฎเหล็กคุมโควิด-19หลังทบ.มีกำลังพล 5 นายติดเชื้อ กักตัว238 นาย สั่ง เตรียมกำลังพล-แพทย์ -ยุทโธปกรณ์สนับสนุน “ศอฉ,”

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งการ ถึงกำลังพลกองทัพบก ในที่ประชุม VTC เช้านี้ ว่า เพื่อนทหารร่วมชีวิต ในกองทัพบกทุกนาย ว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกกำลังผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCoViD - 19 รวมถึงประเทศไทย ซึ่งลำสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 827ราย เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ซึ่งกระจายอยู่ใน 47 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ขณะที่ในส่วนกองทัพบก มีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสCoViD-19 จำนวน 5 นาย กำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 238 นาย


 




ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้าน ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCoViD-19 ของรัฐบาล และกองทัพบก มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด กองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์และยุทโธปกรณ์ทุกประเภท ในการสนับสนุนรัฐบาลแต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCoViD- 19การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพล จึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้

ดังนั้น เพื่อให้การควบคุม พิทัษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผบ.ทบ. จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัด ทบ. ทุกนาย ดังนี้

1. กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จาก ผู้บังคับบัญชา (ระดับผบ.พัน) ขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด - 19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็น ให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชา เป็นรายบุคคล ส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตาม และเฝ้าระวังให้แจ้งที่อยู่บ้านพัก และช่องทางการติดต่อสื่อสาร ที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้น การฝึกนอกที่ตั้ง ให้ปฏิบัติตามตารางการฝึก และคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด

2. การเดินทางออกนอกพื้นที่กองทัพ หรือ จังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25มีนาคม ถึงวันที่ 22 เมษายน 2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็น เร่งด่วน ฉุกเฉินให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง และผู้บังคับบัญชา จะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติโดยรวดเร็ว

3. ให้ ผบ.หน่วย ปรับปรุงอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิม, ใต้ถุนกองร้อย, สโมสรของหน่วยเพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการเฝ้าระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก

 



4. ตามที่กองทัพบกได้สั่งการไปแล้ว โดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวันเพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำ ขอให้รักษาวินัยในเรื่องดังกล่าว อย่างเคร่งครัด เช่น อยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์, ภาชนะ,กระติกน้ำดื่มส่วนตัว ,การกระจายที่นั่ง, แบ่งผลัดรับประทานอาหาร,การออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด,กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกั้น จำนวนมาก, ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด

5. งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคสำหรับการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนน้องๆ พลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้ว เมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหากและกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการหากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที

6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า - ออกของหน่วย ส่วนกองรักษาการณ์ให้แปรสภาพเป็น เจ้าหน้าที่คัดกรอง, เฝ้าระวัง บุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิเจลแอลกอฮอล สำหรับล้างมือตามจุดเข้า - ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้ที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย

7.ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพัน จะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดโดยมีผู้บังคับการกรม และ ผบ.พล หรือเทียบเท่า เป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติฯ หรือได้รับการรายงาน ฯ ถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผบ.หน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะ น้องๆ พลทหาร ซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก

ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ส่งผล ต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ผบ.ทบ. มีความห่วงใยต่อน้องๆ พลทหารกองประจำการ ที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือน เม.ย.63 นี้

จึงขอเสนอทางเลือก ให้กับน้องๆ สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อ โดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสให้น้องๆเป็นนักเรียนนายสิบ ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของน้องๆ ทหารกองประจำการที่จะสามารถแบ่งเบาภาระของครอบครัว มีรายได้และสวัสดิการที่ชัดเจนแน่นอน ส่วนน้องๆ พลทหาร ที่มีความประสงค์จะขอปลดประจำการในเดือน เม.ย.63 นี้  ผบ.ทบ.ขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ และการช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขอให้น้องๆ ตรวจสอบให้แนใจอีกครั้ง ว่ามีงานรออยู่ก่อนที่จะขอปลดประจำการฯ สุดท้ายนี้ ขอให้กำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพบกที่ได้สั่งการไปแล้วอย่างเคร่งครัด

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์
ผบ.ทบ.
25 มีนาคม2563
 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุทัย เลิกสันเทียะ
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์